+ ตอบกลับกระทู้
สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 1 จากทั้งหมด 1
  1. #1
    Administrators รูปส่วนตัว Duckload.us
    สมัครเมื่อ
    Dec 2010
    โพสต์
    164,692
    Thanks
    7
    Thanked 170,495 Times in 75,839 Posts

    Lightbulb [ฝรั่ง]-Interstellar [2014] [IMAX] อินเตอร์สเตลลาร์ ทะยานดาวกู้โลก ฉบับ AV1 คุณภาพเทียบเท่า Blu-Ray ในขนาดนิดเดียว เสียงไทย AC3 เสียงอังกฤษ TrueHD Atmos ซับไทยอังกฤษ Master-Encode.Dolby Atmos.2160p. [Master]-[พากย์ไทย (Master)]



    รีวิวจาก The Standard
    ณ วันนี้คงมีน้อยคนนักที่ไม่รู้จักชื่อของ Christopher Nolan (คริสโตเฟอร์ โนแลน) ผู้กำกับมากความสามารถที่ฝากฝังผลงานระดับโลกไว้ให้ก ับผู้ชมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ไตรภาค The Dark Knight (2005-2012), ลวงความฝันบันลือโลก Inception (2010), จิ๊กซอว์ความทรงจำชีวิต Memento (2000), หรือกระทั่งโลกมายากลถอยหลังอย่าง Tenet (2020) ฯลฯ

    แต่หนึ่งในผลงานที่ใครหลายคนต่างกล่าวขานและยกนิ้วโป ้งให้กับความยอดเยี่ยมของเขามากที่สุดก็คงหนีไม่พ้น มหากาพย์ข้ามดวงดาว Interstellar ที่เรียกได้ว่าเป็นก้าวสำคัญและเป็นความทะเยอทะยานคร ั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของโนแลนเลยก็ว่าได้

    เนื้อหาว่าด้วยเรื่องราวของ คูเปอร์ (Matthew McConaughey) อดีตวิศวกรและนักบินอวกาศฝีมือดีที่ผันตัวมาเป็นชาวไ ร่ปลูกข้าวโพด ในยุคที่โลกต่างก็เสื่อมโทรมลงเนื่องจากมลพิษทางอากา ศ และ เมิร์ฟ (Mackenzie Foy / Jessica Chastain) ลูกสาวผู้มีความฉลาดหลักแหลมที่ชื่นชอบวิทยาศาสตร์มา กพอกันกับเขา ทำให้ทั้งสองคนเป็นพ่อลูกที่สนิทกันมาก เพราะค่อนข้างจะชื่นชอบอะไรเหมือนกัน

    จนกระทั่งวันหนึ่ง คูเปอร์ได้รับการชักชวนจาก ดร.แบรนด์ (Michael Caine) ให้เข้าร่วมภารกิจค้นหาดาวดวงใหม่ที่มนุษย์สามารถย้า ยไปตั้งอาณานิคมได้ โดยมี เอมิเลีย แบรนด์ (Anne Hathaway) ลูกสาวของเขา กับนักวิทยาศาสตร์ระดับหัวกะทิอีกสองคนเข้าร่วมปฏิบั ติการในครั้งนี้ด้วย เมิร์ฟไม่อยากให้พ่อของตัวเองไป เพราะเธอเชื่อว่าจะไม่มีทางได้เจอกับผู้เป็นพ่ออีก แต่คูเปอร์ต้องการให้ลูกๆ ของตนได้อยู่ในโลกใบใหม่ที่ดีกว่า เขาจึงตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต นั่นคือการทิ้งครอบครัวเพื่อเดินทางตามหาความหวังให้ กับมวลมนุษยชาติในอวกาศอันไกลโพ้น

    ก่อนหน้าที่โนแลนจะมาทำหนังอย่าง Interstellar เขามักจะทำหนังที่เล่นเกี่ยวกับ ‘ความทรงจำ’ ‘ช่วงเวลา’ และ ‘พื้นที่’ มาก่อน โดยเฉพาะ Inception และ Memento ที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดี หรือแม้แต่ผลงานล่าสุดของโนแลนที่เพิ่งผ่านสายตาของผ ู้ชมไปไม่นานอย่าง Tenet ก็หนีไม่พ้นจากสิ่งเหล่านี้ด้วยเช่นกัน

    แต่ Interstellar นั้นกลับมีความแตกต่างออกไปพอสมควรจากผลงานทั้งหมดขอ งเขา จริงอยู่ที่มันมีเรื่องของ เวลา (Time) และพื้นที่ (Space) เข้ามาเกี่ยวข้องไม่ต่างจากเรื่องอื่นๆ ก่อนหน้านี้ เพียงแต่ความทะเยอทะยานในครั้งนี้ของโนแลน กลับมีพื้นที่เปิดกว้างให้กับคนดูได้จินตนาการถึงเรื ่องราวสุดขอบจักรวาลได้อย่างกว้างขวาง โดยไม่ได้บีบหรือปิดกั้นมันไว้ด้วยทฤษฎีวิทยาศาสตร์แ ละปรัชญามากจนเกินไป อีกทั้งยังพาคนดูเข้าไปสำรวจความรู้สึกของตัวละครมาก กว่าครั้งที่ผ่านมา
    เพราะหนังเน้นเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นอยู่บนพื้นฐานข องความเป็นจริง ซึ่งมีทั้งบทสนทนาและตรรกะที่เต็มไปด้วยวิทยาศาสตร์เ ชิงลึกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทฤษฎีหลุมดำ ควอนตัม แรงโน้มถ่วง หรือกระทั่งเวลาในอวกาศ ที่อาจส่งผลให้คนดูไม่สามารถเข้าใจหรือปะติดปะต่อเนื ้อหาที่หนังต้องการจะสื่อได้ทั้งหมดในการดูรอบแรก

    ถึงกระนั้นหนังก็ไม่ได้ดำเนินเรื่องราวด้วยความรวดเร ็วแต่อย่างใด ตรงกันข้าม โนแลนกลับเลือกที่จะเล่าหนังเรื่องนี้ของเขาออกมาอย่ างช้าๆ โดยให้เวลากับคนดูได้ซึมซับทำความเข้าใจถึงเรื่องราว ต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมไปถึงอารมณ์ที่พรั่งพรูออกมาภายในฉากด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นการจัดวางจังหวะหนังที่ถูกต้องถูกเวล าก็คงจะไม่ผิดนัก โดยเฉพาะฉากที่คูเปอร์ได้ดูวิดีโอของลูกๆ หลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจสำรวจดวงดาวดวงหนึ่ง ซึ่งในฉากนั้นเราจะได้เห็นถึงพัฒนาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นของตัวละคร และมวลอารมณ์ที่เอ่อล้นทะลักออกมาระหว่างผู้เป็นพ่อแ ละลูก เนื่องจากความผิดพลาดในการคำนวณเวลาบนดวงดาวที่ลงไปส ำรวจ

    หากมองดูให้ดี คูเปอร์ที่ไม่มีวันรู้ว่าภารกิจของตัวเองจะสิ้นสุดลง เมื่อไร และลูกๆ ของเขาก็ไม่มีวันรู้ว่าพ่อของตัวเองจะเป็นตายร้ายดีอ ย่างไรในอวกาศ มันช่างเป็นช่วงเวลารอยต่อที่เต็มไปด้วยหลุมดำที่ไร้ ซึ่งคำตอบในชีวิต เฉกเช่นเดียวกับในอวกาศอันกว้างใหญ่ไพศาลและมืดมิด เหมือนโลกทั้งสองใบถูกแบ่งแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง และมีเพียงไม่กี่สิ่งที่สามารถยืนยันได้ว่าคนคนนั้นเ คยมีตัวตนอยู่จริง นั่นก็คือ ‘คำสัญญาระหว่างผู้เป็นลูก’ และ ‘ความรักของผู้เป็นพ่อ’

    ซึ่งบางทีสิ่งเหล่านั้นอาจเป็นแกนหลักสำคัญที่โนแลนต ้องการจะสื่อสารมากกว่าสิ่งที่เรียกว่า ‘วิทยาศาสตร์’ ก็เป็นได้ เพราะหากพูดกันแบบบ้านๆ แล้ว คนดูอาจไม่เข้าใจถึงหลักการของวิทยาศาสตร์ก็จริง แต่ถ้าเป็นเรื่องของ ‘ความรู้สึก’ คนดูจะต้องเข้าใจมันได้อย่างแน่นอน และองค์ประกอบเหล่านั้นก็ได้หลอมรวมกันจนกลายเป็นเรื ่องราว ‘ความสัมพันธ์’ ระหว่างผู้เป็นพ่อและลูกสาว ณ สุดขอบอวกาศอันไกลโพ้น

    จากที่กล่าวมา องค์ประกอบเหล่านั้นคือสิ่งสำคัญที่ทำให้ Interstellar ของโนแลนมีความแตกต่างจากหนังไซไฟอวกาศที่หลายคนเคยพ บเห็นกันมาก่อน อย่าง Gravity (2013) ของ Alfonso Cuaró n หรือแม้กระทั่งหนังไซไฟอวกาศระดับตำนานอย่าง 2001: A Space Odyssey (1968) ของ Stanley Kubrick ก็ตาม

    เพราะหนังในแนวทางนี้มักจะมีขนบที่เน้นไปทางเรื่องรา วของการค้นหาความจริงในอวกาศ หรือการโยนทฤษฎี ปรัชญา รวมไปถึงคำถามต่างๆ มากมายใส่คนดูอย่างไม่หยุดยั้งตลอดทั้งเรื่อง แต่ Interstellar นั้นกลับกัน สิ่งที่โนแลนทำไม่เพียงแค่โยนสิ่งเหล่านั้นมาให้คนดู ได้งุนงง หรือตั้งคำถามเหมือนกับที่หนังไซไฟอวกาศทั่วไปหรือที ่ผ่านมาทำ

    แต่มันกลับพาเราเข้าไปสำรวจถึงจิตใจและความรู้สึกของ ตัวละครทุกตัวอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็น ทอม (Timothé e Chalamet / Casey Affleck) ลูกชายผู้เชื่อว่าพ่อของตนได้ตายจากไปแล้วในอวกาศอย่ างไม่มีวันหวนกลับ หรือ เมิร์ฟ ลูกสาวที่เชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจในคำสัญญาที่ผู้เป็น พ่อได้เคยให้เอาไว้กับเธอเมื่อตอนยังเด็กว่า เขาจะกลับมาหาเด็กสาวอีกครั้งเมื่อถึงวันที่เธอมีอาย ุเท่ากับตัวเขาตอนที่จากไปทำภารกิจในอวกาศ

    ไม่เพียงแค่ลูกๆ ของพวกเขาเท่านั้นที่โนแลนได้พาเราเข้าไปสำรวจถึงจิต ใจและความรู้สึกต่างๆ เพราะตัวละครสำคัญที่จะพาผู้ชมไปสำรวจเรื่องราวความร ู้สึกในครั้งนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกเสียจากผู้เป็นพ่ออย ่างคูเปอร์ ที่ทำได้เพียงแค่เฝ้ามองลูกๆ ของตัวเองเติบโตอยู่ในที่ที่ไกลแสนไกลโดยไม่สามารถอย ู่เคียงข้างได้

    ซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวดและชวนใจสลายสำหรับผ ู้เป็นพ่ออย่างมาก ที่ต้องมานั่งมองดูลูกชายและลูกสาวผ่านจอทีวีในวันที ่พวกเขามีอายุเท่ากับหรือมากกว่าตัวเอง โดยได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่งตนจะมีโอกาสได้พบหน้าลูก ๆ อีกครั้งหลังจากจบภารกิจอันแสนยาวนานนี้

    ทำให้เรื่องราวของ Interstellar นั้นไม่ได้มีเพียงแค่วิทยาศาสตร์และปรัชญา เหมือนที่หนังไซไฟอวกาศรุ่นพี่เคยถูกกล่าวขานกันมาก่ อนหน้านี้ เพราะนอกเหนือจากสิ่งเหล่านั้น หนังกลับพาเราไปสำรวจถึงหัวอกของผู้เป็นพ่อ และความรู้สึกของผู้เป็นลูกได้อย่างกินใจ จนเรียกได้ว่ามันอาจเป็นสองสิ่งที่ดูไม่น่าจะเข้ากัน ได้เลย ระหว่างความเป็นไซไฟอวกาศ และความดราม่าเคล้าน้ำตา แต่โนแลนก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ‘กรอบ’ นั้นไม่มีผลต่อหนัง และไม่สามารถที่จะหยุดยั้งความทะเยอทะยานที่ดูเหมือน ไม่มีขีดจำกัดของเขาได้

    ถึงอย่างนั้น ส่วนสำคัญที่ทำให้หนังถ่ายทอดออกมาได้อย่างมีเสน่ห์น ่าดึงดูด นอกจากบทหนังที่ดีและเข้าใจง่ายกว่าหนังในแนวทางเดีย วกันแล้ว ก็คงหนีไม่พ้นการแสดงของนักแสดงทุกคน โดยเฉพาะคูเปอร์ (Matthew McConaughey) ในบทบาทที่น่าจดจำ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าการแสดงของเขานี่แหละ คือกุญแจสำคัญที่ทำให้สองสิ่งที่ดูจะขัดแย้งกันอย่าง สิ้นเชิง สามารถหลอมรวมกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้อย่างลงต ัว ท่ามกลางเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความเศร้าและความหวัง ในเวลาเดียวกัน

    และสิ่งเหล่านั้นเองก็ทำให้ Interstellar กลายเป็นที่จดจำในฐานะหนังไซไฟอวกาศยุคใหม่ ที่สามารถเล่าเรื่องราวของวิทยาศาสตร์และหัวใจของมนุ ษย์ได้อย่างลงตัว จนทำให้ใครหลายคนยกให้เป็นหนึ่งในหนังที่ดีที่สุดของ ชายที่มีชื่อว่า Christopher Nolan ไปโดยปริยาย

    แม้ในวันนี้เรื่องราวของ Interstellar จะผ่านพ้นมานานถึง 8 ปีแล้วก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่โนแลนได้ฝากเอาไว้ให้กับผู้ชม ไม่ได้มีแค่เรื่องราวสุดแสนประทับใจชวนเรียกน้ำตาของ ครอบครัวคูเปอร์เพียงอย่างเดียว แต่มันยังพลิกโฉมวงการหนังไซไฟอวกาศที่หลายคนเคยเชื่ อว่า ความดราม่าเคล้าน้ำตานั้นไม่สามารถผสมโรงเข้ากับความ เป็นไซไฟอวกาศล้ำอนาคตได้ ซึ่งเขาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทุกอย่างนั้นมีความเป ็นไปได้เสมอ ตราบใดที่ยังมีความเชื่อและความหวัง เช่นเดียวกับตอนจบที่คูเปอร์และเมิร์ฟผู้เป็นลูกสาว ได้หวนกลับมาพบเจอกันอีกครั้ง ในวันที่พวกเขาคิดว่าจะไม่มีวันได้เจอกับคนที่ตนรักอ ีก

    นอกจากทลายกรอบที่เคยมีมาแล้ว มันยังเป็นหนังที่มาก่อนกาล เพื่อส่งต่อความหวังและแรงบันดาลใจให้กับคนที่เชื่อม ั่นว่าอวกาศนั้นมีความเป็นไปได้ไร้ที่สิ้นสุด เพราะเมื่อ 8 ปีก่อน เราอาจยังไม่มีเทคโนโลยีมากพอที่จะสามารถถ่ายรูปดาวเ คราะห์หรือหลุมดำต่างๆ ได้ แต่ Interstellar กลับพาเรากระโดดเข้าไปโดยทิ้งความน่าจะเป็นต่างๆ เอาไว้มากมายให้กับผู้ชมได้ไปขบคิดถึงความจริงภายในน ั้น

    จนมาถึงปัจจุบันที่โลกของเราต่างก็มีเทคโนโลยีที่เพี ยบพร้อม และนักวิทยาศาสตร์มากความสามารถที่ใฝ่ฝันจะค้นหาคำตอ บที่แท้จริงของหลุมดำมากขึ้น โดยล่าสุดในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ก็ได้มีการบันทึกภาพหลุมดำขนาดใหญ่ใจกลางกาแล็กซีได้ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สร้างความฮือฮาให้กับวงการวิทยาศาสตร์และบุคลากรที่ส นใจเป็นอย่างมาก ซึ่งถือว่าเป็นก้าวสำคัญของมวลมนุษยชาติในการไขความล ับของอวกาศอันไร้ที่สิ้นสุด

    ทำให้หนังอย่าง Interstellar ถูกนำกลับมาพูดถึงอีกครั้งในฐานะหนังไซไฟที่เคยทิ้งค วามหวังและความเป็นไปได้ที่ไม่รู้จบของอวกาศให้กับผู ้คนเมื่อ 8 ปีก่อน ไม่แน่สักวันหนึ่งเราอาจมีโอกาสได้เข้าไปสำรวจภายในห ลุมดำ เฉกเช่นเดียวกับที่คูเปอร์เคยทำมาก่อนก็เป็นได้


    ภาพเป็น AV1 นะครับ เครื่องเล่นหรือโปรแกรมรุ่นเก่าอาจเล่นไม่ได้ อาจมีภาพแต่กระตุก โปรดตรวจสอบอุปกรณ์ก่อนโหลด

    ผมถือว่าเครื่องที่เล่น AV1 ได้ ควรจะถอดรหัสเสียงระบบใหม่ๆได้ ผมจะเก็บไว้แค่ stream ที่คุณภาพดีที่สุด เพื่อลดขนาดไฟล์นะครับ

    ไฟล์ AV1 จะเล็กกว่า 264/265 มากเป็นพิเศษกับวิดีโอที่มีการเคลื่อนไหวน้อยหรือมีร ายละเอียดน้อย บางเรื่องไฟล์จะเล็กมากๆ ไม่ต้องตกใจครับ ชัดกริบแน่นอน


    - เสียงอังกฤษ TrueHD Atmos
    - เสียงไทย AC3
    - ซับไทย + อังกฤษ Master



    Interstellar.2014.HDR.AV1.2160p.mkv
    http://www.filecondo.com/dl.php?f=k60c991VxfN7

    17.42 GB

  2. The Following 2 Users Say Thank You to Duckload.us For This Useful Post:

    mta28 (12-27-2025), sawara (01-11-2026)

+ ตอบกลับกระทู้

ข้อมูลกระทู้

Users Browsing this Thread

ในขณะนี้มี 1 ท่านดูกระทู้อยู่. (0 สมาชิกและ 1 ผู้เยี่ยมชม)

     

กฎการโพสต์ข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสต์ได้
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ ปิด