Thirst (2009) Director's Cut
Bakjwi
Also Known As Bat
นักบวชผี ปีศาจแวมไพร์

http://www.imdb.com/title/tt0762073/
Rating 7.1/10 54K

กำกับโดย ปาร์ค ชานวุค (Park Chan-wook)

แสดงนำ:
Song Kang-ho
Kim Ok-bin
Shin Ha-kyun
Kim Hae-sook
...

ปาร์ค ชานวุค ผกก.มือวางอันดับต้นๆ ของเกาหลีที่โด่งดังระดับอินเตอร์กับ Old Boy (2003)
จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าบทหลวงเป็นแวมไพร์ซะเอง
เขาจะควบคุมตัวเองไม่ให้ฆ่าคนเพื่อดูดเลือดและจะหลุด พ้นจากสิ่งเลวร้ายนี้ได้ยังไง
ด้วยเนื้อหาพล็อตที่ไม่ซับซ้อนมาก แต่การนำเสนอเนื้อเรื่อง ฉากแอ๊คชั่นแปลกๆ โหดๆ (ประเภทเลือดทะลักออกจากลำคอ)
รับรองไม่ผิดหวัง (แอบมีฉากวาบหวิว R บ้าง แต่ก็ไม่หนักหนาจนรับไม่ได้)

ผกก.ปาร์คให้คำจำกัดความไว้ว่า เป็นหนังแวมไพร์ที่ไม่เน้นสยอง แต่ว่านองเลือด เป็นเรื่องราวของความปรารถนาและรักสามเส้า
เรื่องราวได้เกิดขึ้นเมื่อ ซังฮุน นักบวชที่ได้อาศัยอยู่ใน เมืองเล็กๆ เป็นที่รักและได้รับการยกย่องจากผู้คนในเมือง
เพราะเขายอมอุทิศตนเองช่วยเหลือผู้คน และทำงานในโรงพยาบาล โดยทำหน้าที่อาสาสมัคร ในการทดลองกับวัคซีน F.L.V.
ที่จะนำมาแก้โรคระบาดชนิดใหม่ เพื่อจะพัฒนามันและส่งไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่แอฟริกา
แต่ผลของวัคซีน F.L.V. นั้น กลับทำให้เขากลายเป็นปีศาจที่กระหายเลือด และกลายเป็นแวมไพร์ที่ไม่สามารถโดนแสงอาทิตย์ได้
หลังจากที่เขากลายเป็นปีศาจแวมไพร์ วันหนึ่งเขาก็ได้พบ เทจู สาวที่มักจะโดนสามีทำร้ายบ่อยๆ
จนกระทั่งซังฮุนเกิดความรู้สึกแรงปรารถนาในเทจู จนในที่สุดกลายเป็นสัมพันธ์ชู้รักขึ้น
แล้วเรื่องราวความรักต้องห้ามระหว่างปีศาจแวมไพร์และ หญิงธรรมดาผู้หนึ่งจะดำเนินเช่นไร

เทศกาลภาพยนตร์ที่เข้าฉาย
ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการคัดเลือกเข้าฉายในสายประก วด (In Competition)
ของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ปี 2009
ซึ่งเป็นเวทีสำคัญระดับโลกสำหรับการชิงรางวัลปาล์มทอ งคำ (Palme d’Or)

รางวัลสำคัญที่ได้รับ
– รางวัล Jury Prize (รางวัลคณะกรรมการตัดสิน)
จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2009
ได้รับรางวัลร่วมกับภาพยนตร์ Fish Tank
ถือเป็นรางวัลใหญ่อันดับสามของเทศกาล

รางวัลและการยกย่องอื่น ๆ
– Chunsa Film Art Awards (เกาหลี)
• ผู้กำกับยอดเยี่ยม – ปาร์ค ชาน-อุค
• นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม – ซงคังโฮ
• นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม – คิมแฮซุก

– Blue Dragon Film Awards (เกาหลี)
• นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม – คิมแฮซุก
• ดนตรียอดเยี่ยม – โจยองอุค

– Asian Film Awards
• เทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม

– Sitges Film Festival (สเปน)
• นักแสดงหญิงยอดเยี่ยม – คิมอ๊กบิน

– Fantasporto Film Festival (โปรตุเกส)
• รางวัลใหญ่สาย Orient Express


Thirst : คน ผี พระ แวมไพร์ (สุดท้ายครือๆ กัน)
โดย โสภณา เชาว์วิวัฒน์กุล

ถ้าจำไม่ผิด พักชันวูค ออกมาประกาศผ่านสื่อเป็นครั้งแรกว่าเขามีโครงการจะทำ หนังแวมไพร์
ตั้งแต่เมื่อคราวทำ Old Boy (2003) เสร็จหมาดๆ อย่างไรก็ตาม
หลังจากนั้นก็อย่างที่ทราบกัน พักชันวูคงานชุกจัด เขาหันไปทำตอนหนึ่งใน Three (2004)
หนังสยองคูณสามที่รวมผู้กำกับ 3 คนจาก 3 ชาติเอาไว้ด้วยกัน (อีก 2 คนคือ ฟรุต ชาน จากสิงคโปร์ และ ทาคาชิ มิอิเกะ จากญี่ปุ่น)
ตามด้วย Sympathy for Lady Vengeance (2005) หนังส่งท้าย “ไตรภาคแห่งความแค้น”
และตบท้ายด้วย I’m a Cyborg, But It’s OK (2006) หนังรักหลุดๆ ที่มี เรน รับบทนำ

Thirst ยังคงมีอะไรต่อมิอะไรที่ผู้ชมหนังแวมไพร์ปรารถนาจะได ้เห็น ไม่ว่าจะเป็นฉากโหดเลือดพุ่ง บรรยากาศมืดหม่น
ตัวละครหลักผู้โดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงา (อันเนื่องมาจากสถานภาพอมนุษย์ของตนเอง)
รวมถึงฉากเซ็กซี่จั๊กจี้หัวใจระหว่างแวมไพร์บุรุษกับ มนุษย์ผู้หญิง (เลิฟซีนในหนังมีไม่มาก ทว่าฉากหนึ่งๆ ค่อนข้างยืดยาวและโจ่งแจ้งเอาเรื่อง)

กระนั้นก็ตาม ในภาพรวม มันก็ยังมีความแตกต่างและพิเศษกว่าหนังในกลุ่มเดียวก ันทั่วไป
หนึ่งเพราะเส้นสายลายเซ็นเอกลักษณ์ประจำกายที่พักชัน วูคยังคงขนมาประเคนให้ผู้ชมอย่างพร้อมพรั่ง
ทั้งอารมณ์ขันผสมโหดที่ทำให้ผู้ชมขำไปเสียวไส้ไป
(ยกตัวอย่างฉากทำนองนี้ที่ปรากฏใน Old Boy คือ ตอนที่พี่หัวฟูผู้เป็นพระเอก บุกเดี่ยวควงค้อนเข้าไปโรมรันคู่ต่อสู้ที่อยู่กันเป็ นกองทัพ)
และองค์ประกอบด้านภาพและเสียง (ซึ่งในที่นี้จำเพาะเจาะจงว่าคือ ดนตรีประกอบ) ที่ยังคงวิจิตรเจริญหูเจริญตาไม่แปรเปลี่ยน

ประการถัดมา เนื้อหาของ Thirst ไม่ได้ให้น้ำหนักกับการที่แวมไพร์ตัวเอกต้องตามล่าตา มล้างเพื่อให้ได้มาซึ่งเลือด หรือเพื่อสืบทอดดำรงเผ่าพันธุ์
หรือกระทั่งการหลบหนีการตามล่าของกลุ่มมนุษย์เป็นสำค ัญ ทว่าพักชันวูคพาหนังไปไกลกว่านั้น
ด้วยการใช้สถานภาพความเป็นอมนุษย์ของตัวละคร มาสะท้อนสาระเรื่องความดี-ชั่ว ศีลธรรม และความเป็นมนุษย์ ได้อย่างน่าสนใจ

นอกจากนั้น เค้าโครงเรื่องของหนังก็ยังกระตุ้นความสนใจของผู้ชมไ ด้ไม่น้อย
เพราะมนุษย์ผู้ซึ่งจะชะตาชีวิตจะต้องพลิกผันกลายมาเป ็นแวมไพร์ผู้นี้ ไม่ใช่บุคคลที่อยู่ในสถานภาพสามัญธรรมดา
แต่เขาคือพระ คือคนกลางระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า คือผู้ที่โดยบทบาทและหน้าที่แล้วจะต้องเป็น “ผู้ให้” ...แตกต่าง ขัดแย้ง
และเป็นขั้วตรงข้ามชนิดคนละขอบโลกกับแวมไพร์ ซึ่งถูกแปะป้ายหมายหัวว่าเป็น “ผู้ทำลาย

พระผู้เป็นตัวเอกของ Thirst คือ หลวงพ่อฮยุน นักบวชหนุ่มประจำโบสถ์โรมันคาทอลิกแห่งหนึ่งในประเทศ เกาหลี

หน้าที่หลักของหลวงพ่อฮยุนคือการเยียวยาทางด้านจิตใจ แก่คนไข้ป่วยหนักที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม เมื่อทำหน้าที่นี้นานวันเข้า ได้พบเห็นผู้คนล้มตายต่อหน้าต่อตามากๆ เข้า
ทั้งที่เขาก็พร่ำสวดมนต์ด้วยศรัทธาสูงส่งเต็มกำลังคว ามสามารถ ก็ทำให้ความเชื่อมั่นในภาระหน้าที่ของตัวเองเริ่มจะค ลอนแคลน
หลวงพ่อฮยุนเริ่มตั้งคำถามต่อสิ่งที่ตัวเองทำ เขารู้สึกว่าการเอาแต่สวดมนต์วิงวอนนั้น ที่สุดแล้วช่างไร้ความหมาย
มันไม่ได้ช่วยให้ใครมีชีวิตยืนยาวขึ้น อีกทั้งความบอบช้ำทางด้านร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย ก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลงเลยสักนิด

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ หลวงพ่อฮยุนจึงคิดหาหนทางใหม่ที่เป็นรูปธรรมมากกว่าก ารสวดมนต์
เขาเดินทางไปยังทวีปแอฟริกา และอาสาสมัครเป็นหนูทดลองงานวิจัยทางการแพทย์โครงการ หนึ่ง

โครงการวิจัยดังกล่าว คือ การค้นหายาต้านไวรัสร้ายแรงชนิดหนึ่ง จากปากคำของแพทย์ผู้ทำการทดลอง
ผู้ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้จะมีฝีหนองพุพองขึ้นตามตัว จากนั้นก็ลุกลามไปยังอวัยวะภายใน และท้ายที่สุด
หากร่างกายไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ ฝีหนองเหล่านั้นก็จะแตก
เลือดจากอวัยวะต่างๆ จะหลั่งไหลพุ่งกระจาย และทำให้ผู้ติดเชื้อเสียชีวิตในที่สุด

ในการทดลอง หมอจะฉีดเชื้อไวรัสเข้าไปในร่างกายของอาสาสมัครเพื่อ ติดตามผลและตรวจสอบว่า
ร่างกายจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้เมื่อรับเชื้อเข้ าไปในปริมาณเท่าใด
จากสถิติที่ผ่านๆ มา อาสาสมัครราว 500 คนที่เสนอตัวรับการทดลองดังกล่าว...ตายเรียบ

หลวงพ่อฮยุนเอง รู้ดีถึงความสุ่มเสี่ยงสูงลิบดังกล่าว กระนั้นก็ตาม
ความมุ่งมั่นและศรัทธาที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อย่ างเต็มกำลัง ก็ทำให้เขาตั้งความหวังลางเลือนเล็กๆ ไว้กับตัวเองว่า
เขาอาจจะไม่ลงเอยอีหรอบเดียวกับเพื่อนร่วมโครงการหลา ยร้อยชีวิตนั้นก็เป็นได้

ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องปิดบังแต่อย่างใด ลงท้าย หลวงพ่อฮยุนก็ไม่รอด
ฝีหนองภายในร่างกายของเขาแตกกระจาย เลือดจากอวัยวะภายในพุ่งกระฉูดหลั่งไหลสู่ภายนอก
หมอพยายามช่วยชีวิตของเขาด้วยการให้เลือด อย่างเต็มกำลัง
แต่ก็ไม่สำเร็จ หัวใจของหลวงพ่อฮยุนหยุดทำงาน ชีพจรหยุดเต้น เสียชีวิตไปในที่สุด

อย่างไรก็ตาม เพียงชั่วอึดใจภายหลังหมอขานเวลาตายของหลวงพ่อฮยุนเส ร็จ จู่ๆ หลวงพ่อก็ฟื้นขึ้นมาหน้าตาเฉย
หนำซ้ำ ในเวลาต่อมายังสามารถเดินปร๋อออกจากศูนย์วิจัย และตุ่มพุพองฝีหนองอันเป็นสัญลักษณ์ของโรคร้ายก็ค่อย ๆ เลือนหาย
หลวงพ่อฮยุนกลายเป็นปาฏิหาริย์ เขาเป็นมนุษย์คนแรกที่รอดตายจากไวรัสวายร้ายชนิดนี้

เรื่องราวถัดจากนี้ไม่ได้ยากเกินคาดเดา ที่เห็นหลวงพ่อฮยุนฟื้นนั้น ที่สุดแล้วก็ฟื้นไม่จริง ผลข้างเคียงของไวรัสดังกล่าวยังไม่หายไปไหน
แต่มันจะกำเริบขึ้นเมื่อใดก็ตามที่ร่างกายของหลวงพ่อ ขาดการบริโภค “เลือด” ของมนุษย์
ซ้ำร้าย อิทธิพลของเชื้อไวรัสยังทำให้ร่างกายของหลวงพ่อไม่ทา นทนต่อแสงแดด
เผลอไปสัมผัสมันเมื่อใดเนื้อหนังเป็นต้องร้อนฉี่เกรี ยมไหม้ นอกจากนั้น หลวงพ่อฮยุนยังพบว่าตนเองคล้ายกับจะมีวิชาตัวเบา
สามารถกระโดดลอยตัวจากที่สูงเกินมนุษย์ปรกติทั่วไปจะ ทำได้

สรุปให้ง่ายเข้าก็คือ หลวงพ่อฮยุนแปรสภาพกลายเป็นแวมไพร์ไปแล้วนั่นเอง

อย่างที่ได้กล่าวไว้ พักชันวูคทำ Thirst ครั้งนี้ เป้าหมายหลักไม่ได้อยู่ที่การทำหนังแวมไพร์ไล่ล่ามัน ๆ
หรือกระตุ้นเร้าความรู้สึกสยดสยองระทึกขวัญเป็นสำคัญ
(และว่ากันตามจริง หนังก็มีฉากโลดโผนโจนทะยานน้อยมาก ฉากหวือหวาตะลึงตะลานของหนัง โดยมากกระเดียดไปทางฉากโหดๆ เสียมากกว่า)
ทว่าทั้งหลายทั้งปวง ที่สุดแล้วก็เพื่อที่จะนำไปสู่จุดใหญ่ใจความของหนัง อันว่าด้วยเรื่องของศีลธรรมและความดี-ความชั่วด้วยกันทั้งสิ้น

ด้วยเหตุนี้ ทันทีที่จัดการเปลี่ยนสภาพหลวงพ่อฮยุนจาก “มนุษย์” ไปเป็น “อมนุษย์”
หนังจึงจับเขาโยนใส่สถานการณ์ก้ำกึ่งซึ่งความดีและคว ามชั่ว
ตามเกณฑ์มาตรฐานที่คนทั่วไปยึดถือ- มีเส้นแบ่งอยู่เพียงบางๆ โดยไม่รอช้า

จากบทบาทของนักบวชซึ่งครั้งหนึ่งคิดจะสละกระทั่งชีวิ ตของตนเองเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์
มาบัดนี้ การดำรงอยู่ของตน กลับต้องพึ่งพาอาศัยเลือดสดๆ ของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน หลวงพ่อฮยุนจะทำอย่างไร

ท้าทายยิ่งกว่านั้นก็คือ การที่หลวงพ่อเกิดไปมีใจให้ภรรยาของเพื่อนเก่าคนหนึ่ งอย่างลึกซึ้ง
ซึ่งไม่ว่าจะวัดกันด้วยมาตรฐานของผู้เป็นนักบวชหรือฆ ราวาสก็ล้วนเป็นเรื่องที่ผิด
กระนั้นก็ตาม การที่เขาได้เห็นตำตาว่าหญิงสาวได้รับการปฏิบัติจากส ามีและแม่สามีอย่างไม่ให้เกียรติ
อีกทั้งยังตกอยู่ในสภาพแล้งไร้ความสุขในชีวิตอย่างเห ็นได้ชัด...
เช่นนี้แล้ว หากเขาปล่อยตัวปล่อยใจมีสัมพันธ์กับเธอ ด้วยมุ่งหวังจะฉุดดึงเธอขึ้นจากขุมนรก
ยังจะถือว่ามีความผิด หรืออย่างน้อยก็ผิดน้อยลงหรือไม่

น่าสนใจที่ว่า แทนที่จะตรวจสอบคาดคั้นอย่างเข้มข้นว่าความดี-ความชั่วคืออะไร
เส้นแบ่งของมันอยู่ตรงไหน หรือที่สุดแล้วเราตัดสินมันได้หรือไม่
หนังกลับหันเหไปให้ข้อสรุปอีกทางหนึ่ง กล่าวคือ
ถึงที่สุดแล้ว ระดับของศีลธรรม ไม่อาจวัดกันได้ด้วย “สถานภาพ” ของบุคคล

ฮยุนภายหลังกลายสภาพเป็นแวมไพร์ ไม่ได้มีจิตสำนึกด้านศีลธรรมหยาบช้าไปกว่าฮยุนเมื่อค ราวที่ยังเป็นนักบวช
เช่นกัน ตัวละครสำคัญคนหนึ่งในเรื่อง ที่แม้ร่างกายจะยังคงมีสภาพความเป็นมนุษย์สมบูรณ์พร้ อม
ทว่าหัวจิตหัวใจกลับหลงเหลือสำนึกดี-ชั่วน้อยเสียยิ่งกว่าแวมไพร์ฮยุน

เพื่อเน้นย้ำประเด็นดังกล่าว ในตอนหนึ่งหนังถึงกับให้แวมไพร์ฮยุนถามหญิงสาวผู้เป็ นภรรยาของเพื่อน
ที่จากเดิมเคยมีใจรักใคร่ชอบพอ แต่ครั้นเมื่อรู้สถานภาพที่แท้จริงของเขาแล้วก็กลับเ กิดอาการหวาดกลัวรังเกียจ อย่างตรงไปตรงมาว่า
“ตอนนี้ พอรู้ว่าผมเป็นแวมไพร์ คุณก็ไม่รักผมแล้ว ตกลงว่า ที่ก่อนหน้านี้คุณรักผม คุณรักผมเพราะว่าผมเป็นพระหรือไง”

พูดอีกแบบก็คือ จะมนุษย์ผู้หญิง มนุษย์ผู้ชาย แวมไพร์ หรือนักบวช
ในมุมมองของหนัง ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงแค่ “เปลือก” และทุกคนล้วนมีศักยภาพที่จะดีได้และชั่วได้ไม่ต่างกั น

ที่ควรจะต้องชี้แจงไว้ ณ ที่นี้ ก็คือ โดยรวมแล้ว Thirst ไม่ใช่หนังที่ดีเลิศสมบูรณ์ไปเสียทุกส่วนกระทั่งหาข้ อตำหนิไม่เจอ
ว่ากันอย่างตรงไปตรงมา โดยส่วนตัวดิฉันยังชอบมันน้อยกว่างานเก่าๆ ของพักชันวูคอย่าง
Sympathy for Mr. Vengeance (2002) หรือ Old Boy เสียอีก

ข้อตำหนิ 2 จุดใหญ่ๆ ของหนังที่ดิฉันดูแล้วรู้สึกขัดใจเป็นการส่วนตัว
หนึ่งคือ หนังมีบางช่วงตอนที่เยิ่นเย้อและยืดเยื้อจนเกือบๆ จะถึงกับน่าเบื่อ (หนังมีความยาวถึง 133 นาที)
และอีกประการคือ หนังให้ผู้ชมรู้จักตัวละครสำคัญของเรื่องอย่างหลวงพ่ อฮยุนน้อยเกินไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานที่เขาต ้องต่อสู้กับความขัดแย้งภายในจิตใจของตนเอง
และมันก็ส่งผลให้ผู้ชมมีความเข้าใจและความรู้สึกร่วม ไปกับชะตากรรมของตัวละครตัวนี้ไม่มากอย่างที่ควรจะเป ็น

ประการหลัง ดิฉันยังเผื่อใจไว้ส่วนหนึ่งว่า พักชันวูคอาจไม่ได้พลาด
ทว่าแท้จริงแล้วเขาเองอาจตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น เนื่องจากครั้งหนึ่งเขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า
เขารู้สึกว่าตัวเองพลาดที่ทำให้ผู้ชมมีความรู้สึกร่ว มกับตัวละครใน Sympathy for Mr. Vengeance และ Old Boy มากเกินไป
ส่งผลให้ทุกคนมัวแต่สะเทือนใจกับชะตากรรมของตัวละครเ หล่านั้น
กระทั่งไม่อาจมองเรื่องราวทั้งหมดอย่างเป็นกลาง และมองข้ามสาระสำคัญที่เขาต้องการจะนำเสนอ

แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม โดยสรุป Thirst ก็ยังเป็นหนังที่มีข้อดีมากกว่าข้อด้อยอยู่มาก
และกล่าวได้ว่า 2 ชั่วโมงกับอีกเกือบ 15 นาทีที่สละให้กับหนังเรื่องนี้ไป ก็ไม่ได้ชวนให้รู้สึกว่า “เสียเวลาในชีวิต” เลยสักนิด

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
Source
ใช้ต้นฉบับ Full Rip: Thirst 2009 DC 1080p Bluray AVC DTSHD MA 5.1-iELLE
ดัดแปลงเพิ่มเสียง / ซับไทย ดัดแปลงจาก DVD Master Zone 3

Credit:
- panda60 ตัดต่อเสียงไทย กว่า 20 จุด
- Dnxy ช่วยแปลซับไทย
- Nologo ช่วยเกลาข้อความช่วงท้าย
- amd [BDRM+DiY.Menu]
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Thirst.2009.DC.Bluray.1080p.10bit.x265.DTS-HD.MA.5.1-Estb.mkv

ViDEO BiTRATE ....: x265 @ 4522 Kbps
AUDiO 1 ...............: Korean DTS-HD Master Audio 5.1 @ 3188 Kbps
AUDiO 2 ...............: Korean DTS 5.1 @ 1509 kbps
AUDiO 3 ...............: Thai Dolby Digital 5.1 @ 384 kbps
AUDiO 4 ...............: Commentary by director/screenwriter/producer Chan-wook Park, and actors Kang-Ho Song, Ok-bin Kim, Hae-sook Kim & Ha-kyun Shin
AUDiO 5 ...............: Commentary by director/screenwriter/producer Chan-wook Park, and film critic Dong-jin Lee
FRAME RATE ........: 23.97 fps
ASPECT RATiO .....: 2.35:1
RESOLUTiON .......: 1916 X 816
RUNTiME .............: 147 minutes 40 sec
SUBTITLES ..........: Thai PGS , PGS Eng , PGS Korean

Original Version vs Extended Version
https://www.movie-censorship.com/report.php?ID=696626




Thirst.2009.DC.Bluray.1080p.10bit.x265.DTS-HD.MA.5.1-Estb.mkv
http://www.filecondo.com/dl.php?f=849c6c1VAwDR
11.52 GB