เรื่อง epic gangster classic เรื่องเยี่ยม ของป๋า Sergio leone
หนังเรื่องโปรดของผู้คนมากมายทั้งโลก
หลายคนตกหลุกรัก สาวน้อย jennifer connelly จากเรื่องนี้
เรื่องนี้สมัยก่อน ผมก็ไป bid ที่ ebay มา เป็นม้วนวีดีโอ 2 ม้วน
หลายคนอาจจะได้ดูครั้งแรกใน big cinema ฉาย 2 วัน
Once Upon a Time in America (1984)
เมืองอิทธิพล คนอหังการ์
https://www.imdb.com/title/tt0087843/
Rating 8.3/10 405K
ผู้กำกับ
Sergio Leone
ผู้เขียนบท
Sergio Leone
Leonardo Benvenuti
Piero De Bernardi
Enrico Medioli
Franco Arcalli
อิงจากนิยาย The Hoods ของ Harry Grey
นักแสดงหลัก
Robert De Niro David Noodles Aaronson
James Woods Maximilian Max Bercovicz
Elizabeth McGovern Deborah Gelly
Jennifer Connelly Deborah (วัยเด็ก)
Tuesday Weld Carol
Joe Pesci Frankie Monaldi
Burt Young Joe
Treat Williams James Conway ODonnell
บทบาทของ Jennifer Connelly
รับบท Deborah Gelly วัยเด็ก
เป็นหนึ่งในผลงานช่วงต้นที่ทำให้ผู้ชมเริ่มจดจำเธอ
ภาพลักษณ์ความงดงามแบบไร้เดียงสาและความฝันในการเป็น นักแสดง สะท้อนธีม ความทรงจำที่ไม่อาจหวนคืน ของหนังได้อย่างชัดเจน
เรื่องย่อ
เรื่องราวชีวิตของแก๊งอันธพาลชาวยิวในย่าน Lower East Side ในนิวยอร์ก
เล่าเรื่องผ่านความทรงจำของ Noodles ตั้งแต่วัยเด็ก ยุครุ่งเรืองในช่วงยุคห้ามสุรา ไปจนถึงบั้นปลายชีวิต
หนังไม่ได้เล่าเรื่องตามลำดับเวลา แต่สลับอดีต ปัจจุบัน และความทรงจำ
แก่นหลักคือมิตรภาพ ความทะเยอทะยาน การทรยศ ความรัก และราคาที่ต้องจ่ายของอำนาจ
ผู้ทำเพลงประกอบคู่บุญ
Ennio Morricone
หนึ่งในงานดนตรีที่ได้รับการยกย่องว่ายิ่งใหญ่ที่สุด ในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์
ทำนองหลัก Deborahs Theme และ Amapola เป็นสิ่งที่ผู้ชมจดจำได้ทันที
ดนตรีทำหน้าที่เป็น ความทรงจำ มากกว่าการเร้าอารมณ์แบบหนังแก๊งสเตอร์ทั่วไป
ความยาวของภาพยนตร์
เวอร์ชัน Theatrical (ฉายอเมริกา ปี 1984)
ประมาณ 139 นาที
ถูกตัดต่อใหม่และเรียงเหตุการณ์ตามลำดับเวลา
ผู้กำกับไม่ยอมรับเวอร์ชันนี้
เวอร์ชัน European Cut / Extended
ประมาณ 229 นาที
เป็นเวอร์ชันที่ใกล้เคียงวิสัยทัศน์ของ Sergio Leone มากที่สุด
ใช้โครงสร้างเล่าเรื่องแบบสลับเวลา
มีฉากความสัมพันธ์และพัฒนาการตัวละครที่สมบูรณ์กว่า
เวอร์ชัน 229 นาทีถือเป็น เวอร์ชันมาตรฐานของผู้กำกับ
ความคิดเห็นของผู้ชมเกี่ยวกับ Extended
ผู้ชมและนักวิจารณ์ส่วนใหญ่มองว่า Extended ดีกว่าอย่างชัดเจน
เข้าใจแรงจูงใจของตัวละครมากขึ้น
น้ำหนักทางอารมณ์และธีม อดีตที่หลอกหลอน ชัดเจนกว่า
Theatrical ถูกมองว่าเล่าเรื่องขาดอารมณ์และทำลายโครงสร้างที่ตั ้งใจไว้
มีผู้ชมบางส่วนเห็นว่า Theatrical ดูง่ายกว่า แต่ยอมรับว่าไม่ลึกเท่า
รางวัลและการยอมรับ
แม้ไม่ได้รับรางวัลออสการ์สำคัญ
แต่ได้รับการยกย่องอย่างสูงในเวลาต่อมา
ติดอันดับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมตลอดกาลจากหลายสถาบัน
ดนตรีประกอบของ Morricone ถูกยกให้เป็นหนึ่งในงานที่ดีที่สุดในอาชีพ
คำวิจารณ์
ถูกยกย่องว่าเป็นหนังแก๊งสเตอร์ที่เป็นบทกวี
ไม่เน้นความมันหรือความรุนแรงแบบฉับไว
แต่เน้นอารมณ์ ความสูญเสีย และการไตร่ตรองชีวิต
เป็นงานที่ โตไปพร้อมกับคนดู
สิ่งที่ทำให้เป็น Gangster Classic
ไม่เล่าแก๊งสเตอร์ในฐานะฮีโร่
แสดงผลลัพธ์ของอำนาจ ความโลภ และความทรยศอย่างเจ็บปวด
โครงสร้างการเล่าเรื่องซับซ้อนและกล้าท้าทายคนดู
การแสดงระดับตำนานของ De Niro และ James Woods
ดนตรีที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวหนังอย่างแยกไม่ออก
เหตุผลที่ถือเป็นผลงานยอดเยี่ยมตลอดกาลของ Sergio Leone
เป็นงานที่สรุปปรัชญาชีวิตของผู้กำกับอย่างสมบูรณ์
จากหนังคาวบอย สู่หนังแก๊งสเตอร์ แต่ยังคงธีม เวลาและความทรงจำ
ภาพ การเคลื่อนกล้อง และจังหวะการเล่าเรื่องคือจุดสูงสุดในอาชีพ
เป็นผลงานเรื่องสุดท้ายก่อนการเสียชีวิต
สิ่งที่ผู้คนจดจำ
สายตาของ Noodles ที่มองย้อนอดีต
ฉากโทรศัพท์ที่ดังไม่หยุด
ดนตรี Deborahs Theme
บรรยากาศนิวยอร์กยุคเก่า
ความรู้สึกเสียดายชีวิตที่ไม่อาจแก้ไขได้
สรุป
Once Upon a Time in America ไม่ใช่แค่หนังแก๊งสเตอร์
แต่คือบทกวีว่าด้วยเวลา มิตรภาพ และความพ่ายแพ้ของมนุษย์
เป็นภาพยนตร์ที่ยิ่งดูยิ่งลึก และยังคงหลอกหลอนผู้ชมมาจนถึงปัจจุบัน
139 นาที = Theatrical (US Cut) version นี้ไม่นับ ถือว่าไม่มีก็ได้
229 นาที = Extended / European Cut
เวอร์ชัน 229 นาทีถือเป็น เวอร์ชันมาตรฐานของผู้กำกับ
139 นาที
Theatrical Cut (US)
ตัดเรียงใหม่ ดูง่าย แต่ผู้กำกับไม่ยอมรับ
229 นาที
Extended / European Cut
เวอร์ชันมาตรฐานที่คนดูยกให้ดีที่สุด
ใกล้วิสัยทัศน์ Sergio Leone มากที่สุด
251 นาที (4:11:09)
Extended Directors Cut / Restoration Cut
เพิ่มฉากที่ไม่เคยฉายในโรง
251 นาที คืออะไรแน่
เป็นเวอร์ชันบูรณะ (Restored Extended Cut)
ที่นำฉากที่ถูกตัดออกในอดีตกลับมาใส่เพิ่ม
หลายฉากเป็น material ที่ Leone เคยถ่ายไว้
แต่ไม่เคยได้ใช้ในเวอร์ชันโรง
ความยิ่งใหญ่ของ Sergio Leone:
Sergio Leone ไม่ได้เป็นแค่ผู้กำกับหนัง
แต่เป็นคนที่ เปลี่ยนภาษาของภาพยนตร์ ไปตลอดกาล
เขาสร้างสไตล์ที่คนดูแค่เห็นภาพก็รู้ทันทีว่าเป็นงาน ของเขา
เอกลักษณ์การกำกับ
การใช้ภาพระยะไกลตัดกับการโคลสอัปใบหน้าแบบสุดขีด
จังหวะหนังช้า หนักแน่น ปล่อยให้ความเงียบทำงาน
ตัวละครพูดน้อย แต่สายตาเล่าเรื่องแทน
ความรุนแรงไม่ถูกทำให้เท่ แต่ให้รู้สึก มีราคา ต้องแลก
The Man with No Name Trilogy
A Fistful of Dollars (1964)
For a Few Dollars More (1965)
The Good, the Bad and the Ugly (1966)
ไตรภาคนี้สร้าง Clint Eastwood ให้กลายเป็นตำนาน
และเปลี่ยนภาพจำของหนังคาวบอยจากฮีโร่ขาวสะอาด
เป็นชายลึกลับ ไร้ชื่อ มีศีลธรรมสีเทา
ถือเป็นการให้กำเนิด Spaghetti Western อย่างแท้จริง
สิ่งที่ปฏิวัติวงการ
คาวบอยไม่จำเป็นต้องดีหรือเลวชัดเจน
โลกของหนังเต็มไปด้วยความโลภ ความเอาตัวรอด และโชคชะตา
ดนตรีของ Ennio Morricone กลายเป็นตัวละครหนึ่งของเรื่อง
Once Upon a Time in the West (1968)
ผลงานที่หลายคนยกว่านี่คือ Western ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล
Leone ใช้หนังเรื่องนี้เพื่อ ฝังกลบ ตำนานคาวบอยแบบเก่า
และเล่าเรื่องการสิ้นสุดของยุคตะวันตกอย่างงดงามและโ หดร้าย
เปิดเรื่องด้วยความเงียบยาวหลายนาที
เป็นฉากที่ถูกสอนในโรงเรียนภาพยนตร์ทั่วโลก
การแสดงของ
Henry Fonda ในบทวายร้าย
Charles Bronson ในบทชายลึกลับ
สร้างภาพจำที่ไม่อาจลืม
สะพานเชื่อมสู่ Once Upon a Time in America
Once Upon a Time in the West คือบทอาลัยยุคคาวบอย
Once Upon a Time in America คือบทอาลัยยุคแก๊งสเตอร์
ทั้งสองเรื่อง
พูดถึงเวลา ความเปลี่ยนแปลง และอดีตที่ไม่อาจย้อนคืน
ไม่ได้เล่าเรื่อง การเริ่มต้น
แต่เล่าเรื่อง จุดจบของตำนาน
ตำแหน่งของ Once Upon a Time in America ในชีวิต Leone
เป็นบทสรุปชีวิตการทำหนังของเขา
เป็นงานที่ส่วนตัว ลึก และเศร้าที่สุด
ไม่เร่ง ไม่เอาใจตลาด
เหมือนผู้กำกับกำลังมองย้อนชีวิตตัวเอง
เหตุผลที่ Sergio Leone ถูกยกเป็นตำนาน
ผู้กำกับระดับ Scorsese, Tarantino, Nolan ยอมรับอิทธิพลจากเขา
เขาทำให้ความเงียบมีพลัง
ทำให้ดนตรีเล่าเรื่องได้
ทำให้หนังแนวตลาด กลายเป็นงานศิลปะ
สรุป
ถ้า The Man with No Name คือการสร้างตำนาน
Once Upon a Time in the West คือการฝังตำนาน
Once Upon a Time in America คือการรำลึกถึงตำนาน
Sergio Leone คือผู้กำกับที่ทำให้ เวลา กลายเป็นตัวละครหลักของภาพยนตร์
โดยปกติ เวลาในหนังคือสิ่งที่ไหลไปข้างหน้า
แต่สำหรับ Sergio Leone เวลา มีตัวตน
มันกดทับตัวละคร หลอกหลอน และตัดสินชะตาชีวิต
เวลาในหนังของ Leone ไม่ได้เล่าเรื่อง
แต่มัน ตัดสินความหมายของเรื่อง
การเล่าเรื่องที่ไม่เดินตามเส้นตรง
Once Upon a Time in America เล่าเรื่องผ่านความทรงจำ
อดีต ปัจจุบัน และความฝัน หลอมรวมกัน
คนดูไม่ได้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหรือหลัง
แต่รับรู้ว่าทุกช่วงเวลายังตามหลอกหลอนตัวละครเสมอ
เวลาในเรื่องจึงไม่เคยผ่านไป
มันค้างอยู่ในใจของ Noodles ตลอดชีวิต
การยืดช่วงเวลาให้คนดูรู้สึก
Leone ใช้ฉากยาวผิดปกติ
การรอ การจ้อง การเงียบ
ทำให้คนดู รู้สึกถึงเวลา ไม่ใช่แค่รับรู้ว่ามันผ่านไป
ใน Once Upon a Time in the West
ฉากเปิดที่แทบไม่มีบทพูด
ทำให้เวลาเหมือนหยุดนิ่ง
คนดูถูกบังคับให้รอ พร้อมกับตัวละคร
เวลาในหนังของเขาหนักและอึดอัด
ไม่ใช่เวลาแบบนาฬิกา
แต่เป็นเวลาแบบอารมณ์และความทรงจำ
เวลาในฐานะผู้ทำลายตำนาน
The Man with No Name แสดงโลกที่ศีลธรรมเลือนราง
Once Upon a Time in the West คือการบอกว่า
ยุคคาวบอยกำลังตาย
Once Upon a Time in America คือการยอมรับว่า
ไม่มีใครชนะเวลาได้
มิตรภาพ ความฝัน และความรัก
สุดท้ายถูกเวลากัดกินจนเหลือเพียงความทรงจำ
ดนตรีคือเสียงของเวลา
Ennio Morricone ไม่ได้แต่งเพลงเพื่อฉาก
แต่แต่งเพื่อ ช่วงเวลา
เพลงเดียวกันสามารถเชื่อมวัยเด็ก วัยหนุ่ม และวัยชรา
ทำให้เวลาในหนังไหลย้อนกลับได้ทันที
ตัวละครถูกนิยามด้วยสิ่งที่เสียไป
ตัวละครของ Leone
ไม่ได้ถูกจำด้วยสิ่งที่ทำสำเร็จ
แต่ถูกจำด้วยสิ่งที่พลาดไป
เมื่อเวลาผ่านไป
พวกเขาไม่ได้เติบโต
แต่แบกรอยแผลเดิมไว้ตลอดชีวิต
สรุป
ผู้กำกับส่วนใหญ่ใช้เวลาเป็นเครื่องมือ
แต่ Sergio Leone ทำให้เวลาเป็นคู่ต่อสู้ของมนุษย์
เวลาในหนังของเขาไม่เร่ง ไม่ปรานี
มันรอ มันจ้อง และสุดท้ายมันชนะเสมอ
นี่คือเหตุผลที่หนังของ Sergio Leone
ยังคงทรงพลัง แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน
Once.Upon.a.Time.in.America.1984.[Mini-UHD].Bluray.2160p.DV.x265.DTS-HD.MA.5.1-Estb.mkv
HDR formatolby Vision, Version 1.0, Profile 7.6, dvhe.07.06, BL+EL+RPU, no metadata compression, Blu-ray compatible / SMPTE ST 2086, Version HDR10, HDR10 compatible
ViDEO BiTRATE.........: x265 @ 8051 kbps
AUDiO 1..................: English DTS-HD Master Audio 5.1 @ 2038 kbps
AUDiO 2..................: Thai Dolby Digital 2.0 @ 224 kbps
FRAME RATE............: 23.97 fps
ASPECT RATiO..........: 1.85:1
RESOLUTiON............: 3840 x 2076 pixels
RUNTiME .................: 229 minutes 50 sec
SUBTITLES ..............: Thai PGS +txt ,English PGS
credit netboy
Once.Upon.a.Time.in.America.1984.[Mini-UHD].Bluray.2160p.DV.x265.DTS-HD.MA.5.1-Estb.mkv
http://www.filecondo.com/dl.php?f=P902bc1VFY5j
17.8 GB




olby Vision, Version 1.0, Profile 7.6, dvhe.07.06, BL+EL+RPU, no metadata compression, Blu-ray compatible / SMPTE ST 2086, Version HDR10, HDR10 compatible
อ้างอิงข้อความ
