+ ตอบกลับกระทู้
สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

Hybrid View

  1. #1
    Administrators รูปส่วนตัว Duckload.us
    สมัครเมื่อ
    Dec 2010
    โพสต์
    164,755
    Thanks
    7
    Thanked 170,504 Times in 75,847 Posts

    Exclamation [เกาหลี] April.Snow.2005.[Mini-HD].1080p.Bluray.DTS.x264-Estb [พากย์ เกาหลี ไทย / ซับไทย อังกฤษ]

    เรื่องที่ 3 ในหนังรักไตรภาคหลงฤดู ของ เฮอร์ จิน-โฮ

    1. Christmas in August 1998
    ชิม อึน ฮา (น่าจะเป็นนางเอกเกาหลีคนแรกเลยมั่ง ที่หนุ่มไทยตกหลุมรัก)
    นางเอกอันดับ 1 ยุคนั้น ถัดมาก็เป็นยุคของ คิมฮีซัน
    2. One Fine Spring Day 2001 ลี ยอง เอ คนสวยใจดำ
    3. April Snow 2005 ซอย เย จิน














    April Snow (2005)
    ลิขิตพิศวาส

    http://www.imdb.com/title/tt0448663/
    Ratings: 6.9/10 from 1,249 users

    ผู้กำกับ : เฮอ จิน โฮ
    นักแสดง : แบ ยอง จุน , ซอน เย จิน


    ViDEO BiTRATE...: x264 @ 3700 Kbps
    FRAME RATE......: 23.97 fps
    AUDiO 1.........: DTS Korean 1509 Kbps
    AUDiO 2.........: Thai AC3 448 Kbps
    RUNTiME ........: 106 minutes 08 sec
    ASPECT RATiO....: 1.85: 1
    RESOLUTiON......: 1908 X 1032
    SUBTiTLES.......: Thai vobsub, English .srt
    FilE SiZE.......: .4.5 GB


    เซโอ ยัง (ซนเยจิน) ครูสาวประจำโรงเรียนมัธยมปลาย กับ อินโซ (แบยงจุน)
    ทั้งสองได้พบกันที่โรงพยาบาลนอกเมืองแห่งหนึ่ง เนื่องจากสามีภรรยาของทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุและต้อง เข้ารับการรักษาตัวที่นั่น
    ซึ่งในเวลาต่อมา ทั้งคู่ก็พบความจริงว่าสามีและภรรยาของเขาทั้งสองต่า งก็มีความสัมพันธ์กันอย่างลับๆ
    ทั้ง เซโอ ยัง และ อิน โซ ต่างก็แบ่งปันความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ ซึ่งกันและกัน
    จากการที่คนรักของทั้งคู่ตกอยู่ในภาวะบาดเจ็บขั้นโค่ ม่า
    ซึ่งความเห็นอกเห็นใจนี้ค่อยๆสะสมจนกลับกลายมาเป็นคว ามรักในที่สุด




    April Snow – ปลายทางของคนรักหลงฤดู
    โดย merveillesxx

    (บทความนี้เปิดเผยตอนจบของภาพยนตร์)

    แรกทีเดียวนั้นผมคิดว่าหนังเรื่องล่าสุดของเฮอร์จินโ ฮนั้นดู “แปลกไป” อย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นการใช้ดาราระดับซูเปอร์สตาร์อย่าง แบยองจุนและซอนเยจิน, การลงทุนด้วยงบมหาศาล, การโปรโมตชนิดไม่บันยะบันยัง รวมถึง ”ท่าที” ของตัวผู้กำกับเอง

    แต่หลังชม April Snow จบลงแล้ว ผมพบว่าเฮอร์จินโฮก็ยังเป็นคน “คนเดิม”

    …คนที่วนเวียนอยู่กับเหล่า “คนรักหลงฤดู”


    ปิดไตรภาคคนรักหลงฤดู

    เช่นเดียวกับหว่องกาไว ผลงานทั้งหมดของเฮอร์จินโฮก็มีความเชื่อมโยงกัน ผมคิดว่าหนังทั้งสามเรื่องของเขา อันได้แก่ Christmas in August (1998), One Fine Spring Day (2001) และ April Snow (2005) ล้วนมีความเกี่ยวพันอันแนบแน่นของ “ความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง” กับ “ฤดูกาล” และที่สำคัญก็คือทั้งหมดเป็นเรื่องก็เกิดขึ้น “ผิดจังหวะ” ช่วงชีวิต

    Christmas in August พูดถึงเจ้าของร้านถ่ายรูปหนุ่มกับตำรวจจราจรสาวที่มา พบรักกันในขณะที่ฝ่าย ชายกำลังจะตาย แต่นั่นก็เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในชีวิต เพราะความรักก็ดลบันดาลให้เกิด “คริสต์มาส” ใน “เดือนสิงหาคม” ได้

    ถัดมา One Fine Spring Day เล่าถึงชายหนุ่มที่มีความสัมพันธ์กับรุ่นพี่สาวจนมี “วันที่สวยงาม” ให้แก่กัน แต่เพราะความต่างระหว่างวัย ก็ทำให้ช่วงเวลาเหล่านั้นกลายเป็นเพียงอดีต

    และสุดท้าย April Snow ก็ก้าวข้ามมาถึงจุดปลายของการเป็นคนรักหลงฤดู นั่นก็คือ ความสัมพันธ์แบบ “ชู้”

    หนังทั้งสองเรื่องก่อนของเฮอร์จินโฮนั้นปิดฉากด้วยคว ามเศร้า ความน่าสนใจอยู่ที่ว่าคราวนี้เขาจะเลือกปิดฉากลงอย่า งไร

    ผู้กำกับจอมกลั่นแกล้ง

    คงเรียกได้ไม่ผิดเพี้ยนนักว่าหนังของเฮอร์จินโฮเป็นห นังประเภทเมโลดราม่า หากแต่ว่านำเสนอออกมาแบบไม่ฟูมฟาย เป็นการถ่ายทอดแบบ “น้อยได้มาก” (Minimalism)

    หนึ่งในลักษณะทางเมโลดราม่าในหนังของเฮอร์จินโฮก็คือ “สถานการณ์” ที่เหล่าตัวละครต้องประสบพบเจอ ราวกับว่าเธอกับเขาไม่มีวันได้สมหวังในความรัก

    1. Christmas in August : ชายหนุ่มมีความรักแต่ก็กำลังจะตาย / หญิงสาวที่ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว

    2. One Fine Spring Day : ชายหนุ่มถูกรุ่นพี่สาวทิ้งโดยไม่รู้ตัว / พอเธออยากจะคืนดีด้วย เขาก็เดินจากเธอไป

    3. April Snow : เริ่มจากคนรักของอินซู (แบยองจุน) และโซยอง (ซอนเยจิน) เป็นชู้กัน / ภรรยาของเขาฟื้น / สามีของเธอตาย

    จะเห็นได้ว่า “ความไม่สมหวัง” ของ Christmas in August และ One Fine Spring Day เกิดขึ้นด้วยสาเหตุที่แตกต่างกัน เรื่องแรกเป็นเรื่องของ “ชะตากรรม” ที่ไม่อาจเลี่ยงได้ ส่วนเรื่องหลังเป็นเพราะ “การการะทำของอีกฝ่าย”

    ส่วนในกรณี April Snow นั้นหนักข้อที่สุดเพราะทุกสิ่งเริ่มต้นด้วย “การกระทำของคนอื่น” (สามีของโซยอง / ภรรยาของอินซู) จากนั้นก็ตามด้วย “ชะตากรรม” ที่สั่นคลอนความสัมพันธ์ของเขาและเธอ ชนิดที่อาจจะทำให้ไม่ได้พบกันอีกชั่วชีวิตเลยก็ได้

    ฉะนั้นแล้วเหตุการณ์ในช่วงท้ายของหนังนั้นจึงดำเนินเ รื่องด้วย “การตัดสินใจ” และ “การกระทำ” ของตัวละคร ซึ่งเป็นจุดเด่นของ “หนังชู้” ที่บีบหัวใจคนดูมานักต่อนัก เพราะไม่ว่าจะเป็นในหนังชู้ที่ดีที่สุดในโลกอย่าง In The Mood For Love หรือหนังชู้ศิลปะชั้นสูงอย่าง Yes ตัวละครในหนังก็ต้องผ่านการ “เลือก” อันยากลำบาก

    แล้วเขาจะเลือกอย่างไร …เธอจะเลือกแบบไหน …เขาและเธอจะเลือกทางเดียวกันหรือเปล่า


    ปลายทางของคนรักหลงฤดู

    ตอนที่โซยองถามอินซูว่า “คุณจะทำอย่างไรถ้าเกิดภรรยาของคุณฟื้นขึ้นมา” เขาตอบว่า “ผมจะแก้แค้น”

    ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าการแก้แค้นได้หรือเปล่า แต่ฉากที่อินซูบอกภรรยาของเขาว่า “เขาตายไปแล้วนะ ผู้ชายคนนั้นน่ะ” แล้วเธอก็ร้องไห้ปริ่มจะขาดใจ …อินซูเห็นภาพนั้นแล้วก็คงไม่คิดจะทำอะไรไปมากกว่านี ้

    หลังจากฉากนั้น ภาพก็ตัดมาที่ห้องที่เต็มไปด้วยของระเกะระกะ อินซูย้ายบ้านใหม่ เขาเดินออกมาจากชีวิตของคนที่เขาเคยรัก เขาเลือกที่จะอยู่ “คนเดียว” อีกครั้ง

    นั่นคือ “ทาง” ที่อินซูเลือก

    ชื่อภาษาเกาหลีของ April Snow คือ Oechul ซึ่งมีความหมายว่า Going Out …คำถามก็คือ “ใคร” กำลังจะออก “ไปไหน”

    หากสังเกตให้ดีแล้วเราจะพบว่า April Snow มี “ฉากขับรถ” อยู่เป็นระยะ และบ่อยครั้งที่อินซูกับโซยองอยู่ในรถคันเดียวกัน

    การเดินทางในช่วงแรกของทั้งสองมีแต่ “เส้นทางบังคับ” จุดมุ่งหมายนั้นถูกกำหนดไว้แล้ว ขับรถไปโรงพยาบาล, ไปงานศพของชายที่ตายในอุบัติเหตุ, กลับมาเยี่ยมคนรักของตัวเอง, กลับโรงแรม …ซึ่งเหมือนเป็นการเปรียบเปรยกับ “หัวใจที่ขาดอิสระ” เพราะ “พันธะ” ที่ตรึงเขาและเธอไว้ก็คือ คนรักที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง

    ฉากที่อินซูและโซยองเจอกันในกรุงโซล ที่สุดท้ายไปจบลงด้วย “การเดินเล่น” ถือเป็นครั้งแรกของการเดินทางอันไม่รู้ “จุดหมายปลายทาง” ที่ชัดเจน แต่ในขณะเดียวกันนอกจากการงอกเงยของ “ความสัมพันธ์” แล้ว ก็ถือได้ว่าเค้าลางของ “อิสรภาพ” ก็เริ่มก่อตัวในฉากนี้เช่นกัน เพราะนี่เป็นการตัดสินใจ “เลือก” ด้วยตัวเองของทั้งอินซูและโซยอง

    แต่พอมาถึงฉากที่อินชูขับรถอยู่คนเดียวในยามค่ำคืนหล ังจ่กไปงานศพสามีของโซ ยอง คราวนี้เราไม่รู้เช่นกันว่าเขากำลังจะไปไหน แต่สิ่งที่เราสัมผัสได้ไม่ใช่ความรู้สึกที่เป็นอิสระ แต่เป็นความโดดเดี่ยว

    ความแตกต่างของสองฉากนี้อยู่ที่ “จำนวนคน” ในรถคันนั้น ระหว่าง “เขาและเธอสองคน” กับ “เขาคนเดียว” และอินซูก็คงตระหนักรู้ได้ในคืนนั้น

    หากจำกันได้ในฉากที่อินซูขับรถคนเดียว ใบหน้าของเขาดูเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง และนั่นเองก็คงเป็นที่มาของ “ทาง” ที่อินซูเลือกดังที่กล่าวไว้ในข้างต้น

    เป็นการเลือกที่ทำให้อินซูต้องอยู่คนเดียว ก่อนที่จะทำให้คนสองคนได้กลับมาเดินทางแบบไร้จุดหมาย ร่วมกันอีกครั้ง

    เพราะในที่สุดแล้วอินซูและโซยองก็กลับมาพบกัน โดยมี “หิมะ” ที่โปรยปรายลงมาในเดือนเมษาเป็น “เข็มทิศ” นำทาง โดยอาจจะเป็นการเผชิญหน้ากันโดยที่ไม่มีคำว่า “ชู้” มาคอยกั้นกลางอีกต่อไป

    ในฉากสุดท้ายโซยองถามว่า “คุณกำลังจะพาฉันไปไหน” อินซูตอบว่า “แล้วคุณล่ะ อยากไปที่ไหน”

    ประโยคนี้เป็นสิ่งยืนยันถึงธีม “คนรักหลงฤดู” ในหนังของเฮอร์จินโฮ ซ้ำร้ายว่าคราวนี้มันอาจจะถึงขั้นเป็น “คนหลงทาง” แต่ในขณะเดียวกันมันก็ตอกย้ำถึง “อิสระ” ของทั้งสองว่าคราวนี้เขาและเธอมีสิทธิที่จะ “เลือก” ว่าจะไปที่ไหน

    ที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใด และแตกต่างกับหนังสองเรื่องก่อนหน้าของเฮอร์จินโฮก็ค ือ ในคราวนี้เขาและเธอ “อยู่ด้วยกัน”

    หากเทียบกับ In The Mood For Love แล้ว ความสัมพันธ์ใน April Snow ย่อมมีหนทางมากกว่า เพราะว่า “ฤดูกาล” นั้นย่อมยาวนานกว่า “ห้วงเวลา”

    แม้หิมะจะตกหนักจนแทบมองไม่เห็นทางข้างหน้า แม้ไฟถนนจะส่องแสงริบหรี่ แต่ผมก็เชื่อว่าอินซูกับโซยองจะค้นพบเส้นทางไปยังข้า งหน้าได้ในที่สุด

    เพราะแม้จะเป็นหิมะที่ตกในเดือนเมษา แต่ก็ยังมีคนสองคนที่พร้อมจะหลงอยู่ในฤดูกาลนั้นด้วย กัน


    เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

    1. ผู้กำกับที่หลงเสน่ห์ฤดูกาล : หนังของเฮอร์จินโฮทั้งหมดมักดำเนินเรื่องในหลากฤดู สองฤดูหลักที่มักปรากฏในหนังของเขาก็คือ “ฤดูใบไม้ผลิ” และ “ฤดูหนาว” ส่วนใน April Snow นั้นหนังเริ่มต้นด้วยฤดูหนาว (ช่วงเวลาอันแสนเศร้าของเขาและเธอ) กลางเรื่องเป็นฤดูใบไม้ผลิ (ความสัมพันธ์ที่งอกเงย) และลงท้ายด้วยฤดูหนาวอีกครั้ง (การตัดสินใจอันยากลำบากของทั้งคู่)

    2. ใน April Snow มีฉากที่คล้ายกับงานเก่าๆ ของเฮอร์จินโฮเหมือนกัน เช่น

    2.1 ฉากป้ายงานศพของสามีนางเอก เหมือนฉากป้ายงานศพของพระเอกในเรื่อง Christmas in August

    2.2 ฉากซอนเยจินกินไอติมแท่ง ดูยังไงก็เหมือนตอนที่ ชิมอึนฮากินไอติมใน Christmas in August ไม่มีผิด

    2.3 บุคลิกท่าทางของแบยองจุนตอนกำกับแสงไฟในเวทีคอนเสิร์ ต ก็คล้ายยูจีแทตอนบันทึกเสียงธรรมชาติใน One Fine Spring Day

    3. พระเอกในหนังของเฮอร์จินโฮล้วนมีอาชีพแปลกๆ อย่าง “เจ้าของร้ายถ่ายรูป”, “ช่างบันทึกเสียง” และ “ผู้กำกับแสงไฟ” งานเหล่านี้ล้วนเป็นอาชีพเหงาๆ ที่ต้องอยู่คนคนเดียว (กรณีผู้กำกับแสงไฟนั้นขณะผู้คนมากมายกำลังสนุกสนาน เขาก็ยืนอยู่เงียบๆ หลังแผงควบคุม)

    4. ส่วนตัวแล้วผมมีความเชื่อว่าเฮอร์จินโฮตั้งใจสร้าง April Snow ให้เป็นการปิดฉากหนังไตรภาคชุดแรกของเขา ฉะนั้นแล้วผลงานต่อจากนี้ไปของเขาจะต้องมีความเปลี่ย นแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้น แน่นอน


    22 ฉากประทับใจกับหนัง 3 เรื่องของเฮอร์จินโฮ

    (**ถ้ายังไม่ได้ดูไม่ควรอ่าน**)

    1. Christmas in August

    นี่คือหนึ่งในหนังเกาหลีที่ผมชอบที่สุดในชีวิตครับ มีฉากที่ผมประทับใจเยอะมาก เช่น

    1.1 ฉากนางเอกเข้ามานั่งหลับในร้าน แล้วพระเอกก็เดินไปเปิดพัดลมให้ แล้วเขาก็นั่งมองเธอ

    1.2 พระเอกพยายามสอนพ่อให้ใช้เครื่องเล่นวิดีโอ แต่พ่อไม่เข้าใจสักที เขาตวาดพ่อ แล้วเดินหงุดหงิดออกไป

    1.3 แต่จากนั้นเขากลับมาที่ห้องแล้วก็เขียนวิธีใช้ใส่กระ ดาษ

    1.4 คืนนั้นเขานอนร้องไห้คนเดียว (ถ้าจำไม่ผิดพ่อของพระเอกจะได้ยินด้วย)

    1.5 คืนถัดมาพระเอกแอบย่องไปนอนข้างๆ พ่อ

    (ข้อ 1.2 - 1.5 คิดถึงฉากพวกนี้ทีไรก็น้ำตาเอ่อออกมาไม่รู้ตัว)

    1.6 ฉากที่พระเอกเมาแล้วโวยวายกับเพื่อน “ทำไมกรูต้องตาย”

    1.7 คุณยายที่เข้ามาถ่ายรูปในร้านพระเอก ประทับใจตัวละครนี้มากๆ

    1.8 ฉากพระเอกถ่ายรูปตัวเอง แล้วกล้องก็ตัดมาที่ป้ายงานศพ (ฉากนี้ร้องไห้หนักมากถึงมากที่สุด)

    1.9 ตอนท้ายที่รูปหน้าร้านพระเอกถูกเปลี่ยนจากรูปแฟนเก่า เป็นนางเอก

    1.10 ฉากที่นางเอกปาหินใส่กระจกร้านพระเอก (คุณนันทขว้าง สริสุนทร เปรียบเปรยฉากนี้ไว้ได้อย่างโดนใจมากว่ามันคือ “ความเสียหายที่สวยงาม”)


    2. One Fine Spring Day

    เป็นหนังของเฮอร์จินโฮที่ผมอยากกลับไปดูอีกรอบมากที่ สุดเลยครับ เพราะตอนที่ไปดูในโรงนั้นจิตใจของผมเต็มไปด้วย “อคติ” และ “ความโกรธแค้น” เพราะตอนนั้นเป็นช่วงที่ผมรู้ตัวว่าแฟนกำลังจะบอกเลิ ก เป็นการดูหนังที่ทรมานมาก

    ดังนั้นผมจึงจดจำอะไรในหนังเรื่องนี้ไม่ได้มากนัก ฉากที่ชอบมากแล้วพอจะจำได้ก็เช่น

    2.1 ฉากที่พระเอกกรีดรถนางเอก

    2.2 ตอนที่พระเอกพูดว่า “Why did you love disappear so fast ?” …เป็นประโยคจากหนังที่โดนใจผมมากที่สุดประจำปี 2003 ครับ (หนังเรื่อง One Fine Spring Day มาฉายในบ้านเราที่ลิโด้ช่วงต้นปี 2003)

    2.3 ตอนที่ย่าของพระเอกปลอบเขาว่า “ผู้หญิงบางคนก็เหมือนรถประจำทาง เวลาออกจากสถานีแล้วก็ไม่หยุดรับเราอีก”


    3. April Snow

    3.1 ฉากแบยองจุนร้องไห้ในร้านเหล้า (เชื่อแล้วครับว่าพี่แบซามะแกเก่งจริง)

    3.2 ฉากซอนเยจินลงจากรถแล้วร้องไห้ริมถนน

    3.3 ฉากแบยองจุนเปิดปิดสวิทช์โคมไฟ

    3.4 ฉากที่พระเอกนางเอกชวนกันวิ่ง

    3.5 ฉากพระเอกนางเอกถ่ายรูปกล้องมือถือด้วยกันที่ริมทะเล

    3.6 ฉากเลิฟซีนทุกฉาก …เป็น 9 ชั่วโมงที่คุ้มค่า (หนังเรื่องนี้ใช้เวลาถ่ายทำฉากเลิฟซีนถึง 9 ชั่วโมง)

    3.7 ฉากในห้องพระเอก ตอนที่นางเอกกำลังปลอกผลไม้ (ชอบมากกว่าข้อ 3.6 อีก)

    3.8 ฉากหิมะตกตอนท้ายเรื่อง

    3.9 ฉากจบ






    http://www.filecondo.com/dl.php?f=oN0c2daYOvqg

  2. The Following 2 Users Say Thank You to Duckload.us For This Useful Post:

    DTLKILLERS (08-01-2015), noi54 (07-20-2015)

  3. #2
    Senior Member
    สมัครเมื่อ
    Sep 2014
    โพสต์
    2,552
    Thanks
    2
    Thanked 0 Times in 0 Posts
    Thanks a bunch.

+ ตอบกลับกระทู้

ข้อมูลกระทู้

Users Browsing this Thread

ในขณะนี้มี 1 ท่านดูกระทู้อยู่. (0 สมาชิกและ 1 ผู้เยี่ยมชม)

     

กฎการโพสต์ข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสต์ได้
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ ปิด