+ ตอบกลับกระทู้
สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 1 จากทั้งหมด 1

Hybrid View

  1. #1
    Administrators รูปส่วนตัว Duckload.us
    สมัครเมื่อ
    Dec 2010
    โพสต์
    164,802
    Thanks
    7
    Thanked 170,603 Times in 75,907 Posts

    Lightbulb [ฝรั่ง]-[Mini-HD] [แบทแมน อัศวินรัตติกาล] The.Dark.Knight.2008.BluRay.720p.DTS.x264.dxva-EuReKA.DTS-TH.CtHts-Blu-ray.DTS.720p. [Rip]-[พากย์ไทย]


    เรื่องย่อของภาพยนตร์เรื่อง Batman “The Dark Knight”
    ภาคต่อของภาพยนตร์แอ็คชั่นเรื่องฮิต “Batman Begins , ” “The Dark Knight” นำพาผู้กำกับฯ คริสโตเฟอร์ โนแลน มาพบกับดาราหนุ่ม คริสโตเฟอร์ โนแลน ผู้กลับมารับบทแบทแมน/บรูซ เวย์น อีกครั้ง
    ด้วย ความช่วยเหลือของผู้หมวดจิม กอร์ดอน และอัยการเขตฮาร์วีย์ เดนท์ แบทแมนมุ่งมั่นที่จะทำลายล้างองค์กรอาชญากรรมในกอธแธ มให้สิ้นซาก การทำงานแบบสามทหารเสือดูเหมือนจะสัมฤทธิผล แต่ไม่ช้าพวกเขากลับพบว่าตกเป็นเหยื่อของจอมอาชญากรอ ย่างโจ๊กเกอร์ ผู้ซึ่งทำให้กอธแธมต้องตกอยู่ในความสับสนและบีบบังคั บให้อัศวินดำต้องเฉียด เข้าไปใกล้เส้นแบ่งระหว่างวีรบุรุษและวายร้ายมากยิ่ง ขึ้น
    ฮีธ เลดเจอร์ ผู้เคยเข้าชิงรางวัลตุ๊กตาทอง (“Brokeback Mountain) รับบทเป็นเดอะโจ๊กเกอร์ จอมวายร้าย และแอรอน เอ็กฮาร์ท เป็นอัยการเขต ฮาร์วีย์ เดนท์ , แมกกี้ กิลเลนฮาล ร่วมทีมนักแสดงในบทเรเชล ดอว์ส หวนคืนจาก “Batman Begins” ได้แก่ แกรี่ โอลด์แมน เป็นผู้หมวดจิม กอร์ดอน ดารารางวัลออสการ์ ไมเคิล เคน (“The Cider House Rules”) เป็น อัลเฟรด และดารารางวัลออสการ์ มอร์แกน ฟรีแมน (“Million Dollar Baby”) เป็นลูเซียส ฟอกซ์
    วอร์เนอร์ บราเดอร์ส ร่วมกับเลเจนดารี่ พิกเจอร์ส นำเสนอผลงานภาพยนตร์ของซินคอพปี้ โปรดักชั่น โดย คริสโตเฟอร์ โนแลน “The Dark Knight.” โนแลนกำกับฯ ภาพยนตร์จากบทภาพยนตร์โดยโจนาธาน โนแลน และคริสโตเฟอร์ โนแลน เนื้อเรื่องโดยคริสโตเฟอร์ โนแลน & เดวิด เอส. โกเยอ ชาร์ลส โรเวน , เอ็มม่า โธมัส และคริสโตเฟอร์ โนแลน เป็นผู้อำนวยการสร้าง โดยมีเบนจามิน เมลนิเคอร์ , ไมเคิล อี. อุสแลน , เควิน เดอ ลา นอย , และโทมัส อี. อุสแลน เป็นผู้อำนวยการบริหาร “The Dark Knight” อิงจากตัวละครในหนังสือการ์ตูนของดี ซี คอมมิคส์ แบทแมนถูกสร้างสรรค์โดยบ็อบ เคน
    ทีมงานครีเอทีฟเบื้องหลังรวมไปถึงผู้ กำกับภาพที่เคยเข้าชิงสองรางวัลออสการ์ วอลลี่ ฟิสเตอร์ (“The Prestige , ” “Batman Begins”) , ผู้ออกแบบฝ่ายศิลป์ที่เคยเข้าชิงรางวัลออสการ์ นาธาน โครลีย์ (“The Prestige”) , ผู้ลำดับภาพที่เคยเข้าชิงรางวัลออสการ์ ลี สมิธ (“Master and Commander: The Far Side of the World”) และผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายเจ้าของรางวัลออสการ์ลินด ี้ เฮมมิ่ง (“Topsy-Turvy”) เพลงประกอบโดยเจ้าของรางวัลออสการ์ซึ่งเคยเข้าชิงหลา ยรางวัลออสการ์ ฮันส์ ซิมเมอร์ (“The Lion King , ” “Gladiator”) และผู้เข้าชิง 7 รางวัลออสการ์ เจมส์ นิวตัน โฮเวิร์ด (“Michael Clayton , ” “The Fugitive”) , ซึ่งก่อนหน้านี้เคยร่วมงานแต่งเพลงประกอบให้กับ “Batman Begins”
    หกฉากของภาพยนตร์เรื่อง The Dark Knight นั้นได้รับการเก็บภาพด้วยกล้อง IMAX&#174 รวมไปถึงหกนาทีแรกของฉากเปิดตัว โดยภาพยนตร์เรื่องนี้นับเป็นครั้งแรกของภาพยนตร์ฟอร์ มยักษ์ที่ได้ใช้การถ่าย ทำโดยกล้อง IMAX ในบางส่วน ซึ่งนับว่าเป็นการปฏิวัติในวงการภาพยนตร์โดยการนำสอง เทคโนโลยีบนแผ่นฟิล์มมา รวมกัน IMAX Experience&#174 นั้นจะถูกฉายใน IMAX DMR (Letterbox) ในขณะที่ฉากที่ถูกถ่ายทำด้วยกล้อง IMAX บนแผ่นฟิล์มขนาด 15/70 นั้นจะถูกขยายในแนวตั้งเพื่อให้ภาพเต็มจอภาพยนตร์ IMAX ซึ่งมีความสูงเท่ากับตึกแปดชั้นโดยจะเป็นประสบการณ์ใ นรูปแบบใหม่ของบรรดาผู้ ชมภาพยนตร์
    “The Dark Knight” จะออกฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วโลกและ IMAX โดยวอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส หนึ่งในกลุ่มบริษัทวอร์เนอร์ บราเดอร์ส เอ็นเตอร์เทนเมนท์


    www.darkknigh-thai.com
    เกี่ยวกับการสร้าง
    “คน บางคนไม่ได้มองหาอะไรที่เป็นไปได้อย่างเงินทอง พวกเขานั้นใช้เงินซื้อ หรือให้เหตุผลต่อรองหรือทำให้งมงายไม่ได้ คนบางคนมีความต้องการเพียงให้โลกลุกเป็นไฟ”

    ด้วยภาพยนตร์ เรื่อง Batman Begins คริสโตเฟอร์ โนแลนซึ่งเป็นทั้ง ผู้เขียน/ผู้กำกับการแสดง เปิดบทบาทใหม่ให้กับภาพยนตร์ในรูปแบบของแบทแมน โดยการนำเอาตัวละครที่เป็นเสมือนตำนานกลับไปสู่ความเ ป็นไปที่ดั้งเดิมของเขา โดยนำมาจินตนาการเสียใหม่ว่าทำไมและอย่างไรกับการที่ บรูซ เวย์น ซึ่งเป็นมหาเศรษฐีเจ้าของอุตสาหกรรมจะกลายมาเป็นบุรุ ษปริศนาผู้ต่อกรกับ บรรดาเหล่าร้ายโดยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกว่า แบทแมน ในภาพยนตร์เรื่อง The Dark Knight โนแลนกลับมาสู่ตำนาน
    แบทแมนอีกครั้งด้วยตัวละครตัวเดิมที่ในคราวนี้อย่างท ี่ผู้กำกับการแสดงใช้คำว่า “เต็มพิกัด”
    โน แลนกล่าวต่อไปว่า “ผมคิดว่าพวกเราได้ทิ้งท้ายโลกของแบทแมนไว้ที่ ๆ น่าสนใจในภาพยนตร์เรื่องแรก และที่สุดก็บอกทิศทางเป็นนัย ๆ ว่าเรื่องราวมันควรจะดำเนินต่อไปอย่างไรน่ะครับ” โนแลนได้พัฒนาเรื่องราวโดยร่วมกับ เดวิด เอส โกเยอ ซึ่งเขาได้ร่วมทำงานกันมาแล้วในการเขียนบทภาพยนตร์ใน เรื่อง Batman Begins โดยต่อมาโนแลนและน้องชายของเขาคือ โจนาธานได้ร่วมกันเขียนบทภาพยนตร์เรื่อง The Dark Knight
    ในภาพยนตร์เรื่อง The Dark Knight นั้นโนแลนกล่าวว่าเขามุ่งเน้นในเรื่องราวการมีชีวิตอ ยู่ของแบทแมนและเขาได้ เปลี่ยนเมืองกอธแธมได้อย่างไร...และทำให้มันดีขึ้นอย ่างน้อยก็ในตอนแรกได้ อย่างไร “ในตอนจบของเรื่อง Batman Begins พวกเราได้บอกเป็นนัย ๆ ว่ามันต้องมีเรื่องราวมากขึ้น – ว่าในการไล่ล่าอาชญกรของเมืองและโจมตีจุดมุ่งหมายของ พวกมัน แบทแมนอาจจะจุดชนวนการโต้ตอบที่รุนแรงกว่าจากกลุ่มอา ชญากรและในตอนนี้เขาก็ ได้ทำมันไปแล้ว โดยมันจะมีผลสะท้อนในทางลบที่กลับมาในการประกาศสงครา มในเมืองกอธแธมครับ”
    ชาร์ล โรเวนซึ่งเป็นผู้อำนวยการสร้างเล่าว่าเรื่องราวนั้นเ กี่ยวกับบรรดาอาชญากร ที่อยู่ในเมืองกอธแธม “ในทางหนึ่ง แบทแมนได้เริ่มต้นที่จะผลักดันให้ผู้ร้ายออกไปจากเมื องกอธแธมรวมไปถึงการโกง กินที่มีอยู่ในทุก ๆ หัวระแหงแต่ในทางเดียวกัน สูญญากาศที่เขาได้สร้างขึ้นได้สร้างองค์ประกอบของอาช ญากรที่มีพลังมากขึ้นไป อีก โดยพวกมันได้มองเห็นโอกาสที่จะเข้าครอบครองเมืองครับ ”
    เอ็มม่า โธมัสซึ่งเป็นผู้อำนวยการสร้างให้ความเห็นว่า “ในเรื่อง Batman Begins ส่วนใหญ่แล้วพวกเราจะเน้นในจุดเริ่มต้นของตัวละคร – ว่าความเป็นแบทแมนนั้นออกมาจากตัวตนของบรูซ เวย์นได้อย่างไร จากฝันร้าย จากความหวาดกลัว ความโกรธเกลียดของเขาค่ะและในที่สุดเขาก็แก้ปัญหาเหล ่านั้นด้วยการต่อสู้กับ อาชญากรและการโกงกิน ในภาพยนตร์เรื่อง The Dark Knight แบทแมนได้กลายเป็นที่รู้กับบรรดาตำรวจและประชากรของเ มืองกอธแธมไปแล้วล่ะค่ะ แต่ในขณะที่บางคนเห็นเขาเป็นฮีโร่ก็มีหลายต่อหลายคนท ี่มีความคิดว่าเขาทำ ร้ายเมืองมากกว่าที่จะทำให้มันดีขึ้นนะคะ และในการกลับมาของอาชญากรในรูปแบบใหม่นั้นเป็นการเพิ ่มเดิมพันให้กับการโต้ แย้งเรื่องนี้ค่ะ”
    “สิ่งที่อยู่ภายในนะคะ” โธมัสเสริม “นั่นก็คือมหาเศรษฐีเพลย์บอยอย่างบรูซ เวย์น – ที่มาพร้อมกับรถยนตร์หรู สาวสวยในอ้อมกอดแต่ละข้างและไม่สนใจความเป็นไปของโลก – นั้นกลับไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเขา เพราะงั้นในขณะที่บรูซ เวย์นสวมหน้ากากเพื่อปิดบังตัวตนที่แท้จริงของเขาในฐ านะของแบทแมน อันที่จริงแล้วแบทแมนนั้นคือคนที่เป็นตัวตนที่แท้จริ งของบรูซ และรูปลักษณ์ในที่สาธารณะของบรูซนั้นก็คือหน้ากากที่ เขาต้องสวมเพื่อเป็นไป ตามวิถีทางของโลกน่ะค่ะ”
    มันไม่ได้เริ่มแบบนั้น การกลับมาแสดงสองบทบาทในตัวละคร บรูซ เวย์น/
    แบ ทแมน คริสเตียน เบลให้ความเห็นว่า “ผมเชื่อว่า บรูซ มีความคิดที่ว่ามันคงจะเป็นเรื่องแน่นอนที่ แบทแมนจะเป็นตัวแทนของแรงบันดาลใจให้กับเมืองกอธแธม และจากนั้นเขาก็จะค่อย ๆ ละทิ้งรูปลักษณ์ที่เขาอุปโลกน์ขึ้นไว้เบื้องหลัง แต่เขาค่อย ๆ เริ่มเข้าใจว่า ทีละเล็กทีละน้อยว่าสิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะเดินจา กมันไปได้ง่าย ๆ เลยครับตั้งแต่บัดนี้...หรืออาจจะเป็นไปได้ว่าไม่มีว ันก็เป็นได้ครับ เพราะมันจะมีศัตรูใหม่ ๆ เข้ามาให้เขาปกป้องเมืองอยู่เสมอเลยครับ”
    ศัตรูตัวฉกาจที่เป็นอันตรายมากที่สุดนั่นคือศัตรูที่ จองเวรจองกรรมกับแบ ทแมนมากที่สุด – เจ้าปีศาจโหดเหี้ยมบ้าคลั่งที่แสนร้ายกาจที่รู้จักกั นในนามของ เดอะ โจ๊กเกอร์ “เดอะโจ๊กเกอร์นั้นเป็นผู้ร้ายประจำจออย่างแท้จริงเล ยล่ะครับ” โนแลนยืนยัน “ในวิธีของเขาแล้ว เดอะโจ๊กเกอร์ก็เป็นเหมือนตัวละครหลักเช่นเดียวกันกั บอัศวินแห่งรัตติกาลและ นั่นเป็นการนำเสนอให้พวกเราได้เห็นสองด้านของโอกาสแล ะความท้าทายในเรื่องของ การตีแผ่ตัวละครที่มีความคิดเห็นที่บิดเบือน แต่เรายังต้องการที่จะสร้างผู้ร้ายที่มีสีสรรค์และชอ บแสดงออกอย่างที่เขา เป็น โดยมันยังคงมาจากสถานที่ของความเป็นจริง ในการคงไว้ซึ่งรูปแบบที่เรานำเสนอไปแล้วในภาพยนตร์เร ื่อง Batman Begins พวกเราได้ตั้งใจไว้แล้วว่าเขาจะต้องเป็นคนที่จริงจัง ตรงข้ามกับการถูกเรียก ขานว่า เดอะโจ๊กเกอร์ เพราะงั้นพวกเราจึงได้เริ่มต้นกับความคิดที่ว่าความเ ป็นเดอะโจ๊กเกอร์ว่า เป็นพวกสุดโต่งทางด้านยุคสมัย – พลังของความวุ่นวายสับสน อาชญากรที่ไร้จุดมุ่งหมายผู้ซึ่งไม่ได้ทำเพื่ออะไรเล ยเพราะงั้นเราจะไม่มี ความเข้าใจตัวตนของเขาครับ เขาไม่เพียงแต่มีพลังการทำลายล้างอย่างมหาศาลแต่ยังส นุกสนานเพลิดเพลินกับ ธรรมชาติแห่งนักฆ่าซึ่งเป็นสิ่งที่น่าหวาดกลัวเป็นที ่สุดครับ”
    “และ เมื่อบทภาพยนตร์พัฒนาไป” โนแลนกล่าวต่อว่า “พวกเราก็เริ่มตีแผ่ผลสะท้อนของการที่ชายคนหนึ่งจะมี ได้กับประชากรทั้งหมด นั่น – ในหลายทางที่เขาจะสามารถทำความเดือดร้อนให้กับความสม ดุลย์ของผู้คนครับ ในหนทางที่เขาจะอยู่ในกฏเกณฑ์เพื่อการอยู่รอด ด้วยจริยธรรม ความเชื่อ ความกรุณาและทำให้มันเกิดกับพวกเขาทั้งหมด คุณจะพูดได้เลยครับว่าพวกเราได้เห็นแรงสะท้อนแบบนั้น ในโลกของพวกเราซึ่งชี้ นำให้ผมมีความเชื่อว่านั่นคือความสับสนอลหม่าน – หรือจะจัดการกับความสับสนอลหม่าน – นั้นอยู่ท่ามกลายหลายอย่างของความน่าสะพรึงกลัวทั้งห มดที่สังคมจะต้องเผชิญ หน้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกทุกวันนี้”
    “เดอะโจ๊กเกอร์ นั้นเป็นใครสักคนที่ไม่เคยเล่นตามกฎเกณฑ์เอาเสียเลยค รับ” เบลยืนยัน “คุณจะต่อสู้กับใครสักคนที่เอาแต่ทำลายล้างได้อย่างไ รล่ะครับ ถึงแม้ว่ามันจะหมายถึงทำลายตัวของเขาเองด้วยก็เถอะคร ับ? นั่นเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวนะครับ” นักแสดงหนุ่มยังกล่าวต่อไปอีกว่าความไร้จิตสำนึกของเ ดอะโจ๊กเกอร์นั้นคือ อาวุธที่ร้ายแรงที่สุดของตัวเขาในการทำสงครามกับแบทแ มนเพราะว่าในทางกลับกัน “
    แบทแมนนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยจริยธรรมสำหรับสิ่งที่จะท ำและจะไม่ทำและเด อะโจ๊กเกอร์นั้นสามารถเอามันมาเป็นข้อได้เปรียบ แบทแมนนั้นยังคงมีแรงสะท้อนของความเกรี้ยวโกรธรวมถึง ความเจ็บปวดและรู้ตัว ว่าเขาจะออกนอกลู่นอกทางได้อย่างง่ายดายเพราะงั้นเขา จะต้องไม่เริ่มที่จะทำ มัน เขาจะต้องแน่ใจได้ว่าในการที่เขาไล่ล่าปีศาจและตัวเข าจะไม่กลายไปเป็นปีศาจ นั้นเสียเอง คริส โนแลนได้ตั้งปัญหาที่น่าสนใจทางด้านจริยธรรมในภาพยนต ร์เรื่องนี้เกี่ยวกับ ความซับซ้อนของการมีพลังอำนาจและความปรารถนาอย่างมีอ ำนาจนะครับ”
    เบล ผู้ซึ่งนับว่าภาพยนตร์เรื่อง The Dark Knight ว่าเป็นการร่วมงานเรื่องที่สามแล้วกับโนแลนเสริมว่า “ผมคิดว่าคริสเป็นคนที่มีความสามารถอย่างยอดเยี่ยมที เดียวครับในการนำความ สะใจมาให้กับบรรดาผู้ที่เล่นอยู่บนรถไฟเหาะสำหรับการ ได้รับความบันเทิงเพียง อย่างเดียวโดยไม่มีช่วงเวลาของความขัดแย้งทางด้านบุค ลิกภาพและความเป็นคนมี สองบุคลิกของบรรดาตัวละคร โดยเขานั้นทำได้ทั้งสองอย่างโดยไม่ขัดกันเลยล่ะครับ”
    ในขณะที่เดอะ โจ๊กเกอร์สนองตอบความสับสนและหวาดกลัว อัยการประจำเมืองอย่างฮาร์วีย์ เดนท์นั้นเป็นโฉมหน้าใหม่ของกฏหมายและข้อบังคับในเมื องกอธแธม “ฮาร์วี่เป็นคนของประชาชน เขาเป็นฮีโร่ของชาวอเมริกันในหลาย ๆ อย่างที่แตกต่างจากความเป็นแบทแมนเลยล่ะครับ” โนแลนกล่าว “และในตอนนี้คุณจะมีสามเสือ แบทแมน ฮาร์วีย์ เดนท์และผู้หมวดกอร์ดอน – ระบบของความยุติธรรม ตำรวจและผู้เฝ้าระวัง – ต่างพากันรวมตัวเพื่อกำจัดเหล่าร้าย การใช้แบทแมนทำให้เขาได้เปรียบพวกผู้ร้ายแต่มันยังคง เป็นตำรวจที่จะต้องจับ พวกมันและจากนั้นพวกมันจะต้องผ่านระบบของกระบวนการยุ ติธรรม แต่อะไรจะเกิดขึ้นนั้นเป็นคำถามว่าคุณจะผ่อนผันกฎโดย ไม่แหกกฎได้หรือไม่ และนั่นกลายเป็นสิ่งที่วางอยู่ใต้หัวข้อของเรื่องราว นี้ครับ”
    ความลงตัวระหว่างสามคนที่ต่อกรกับผู้ร้ายได้เปลี่ยนแ ปลงไปอย่างกระทันหัน เมื่อมีเหตุการณ์อย่างไม่คาดฝันทำลายอัยการฮาร์วีย์ เดนท์และทำให้เกิดอาชญากรตัวร้ายที่มีแต่ความเคียดแค ้นคือ ทู-เฟซขึ้น โนแลนให้ความเห็นว่า “ความหวังที่ฮาร์วี่เป็นตัวแทนสำหรับเมืองกอธแธมและโ ศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น กับเขานั้นรวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงตัวเขาไปเป็น ทู-เฟซ....มันเป็นเรื่องราวที่น่าจดจำทีเดียวล่ะครับ”
    ผู้กำกับการแสดง ให้ข้อสังเกตุว่า “เดอะโจ๊กเกอร์นั้นเป็นผู้ร้ายที่ โฉบเฉี่ยวเพราะงั้นเขาจึงต้องการเรียกร้องความสนใจแต ่ในหลายทางฮาร์วีย์ เดนท์/ทู-เฟซนั้นเป็นตัวละครที่น่าประทับใจเพราะเขาจะมีการหัก มุมที่น่าทึ่ง ครับ โจ๊กเกอร์ของเราไม่มีการหักมุม เขาเป็นพวกนรกส่งมาเกิดด้วยตัวเอง เดอะโจ๊กเกอร์และฮาร์วีย์ เดนท์ – สองตัวละครนี้คือตัวละครที่น่าทึ่งที่สุดจากการ์ตูนเ รื่อง แบทแมน พวกเขาทั้งสองนั้นจะมีคุณสมบัติของความลึกลับและมันเ ป็นความน่าตื่นเต้น เชียวล่ะครับที่จะได้มองพวกเขาผ่านทางกล้องขยายของโล กที่พวกเราสร้างมันขึ้น มาครับ”
    ในการเคลื่อนตัวที่เลื่อนลั่นนี้ โนแลนได้ขยายขอบเขตของโลกในการทำภาพยนตร์กันก่อน โนแลนเก็บภาพฉากหลัก ๆ หกฉากด้วยกล้อง IMAX ทำให้เขาได้กลายมาเป็นผู้กำกับการแสดงคนแรกที่ใช้กล้ องขนาดใหญ่กับการถ่ายทำ ส่วนหนึ่งที่เป็นภาพยนตร์ “ในการสานต่อเรื่องราวของแบทแมน ความยากนั้นก็คือการทำให้เรื่องราวมันยิ่งใหญ่และดีข ึ้น - การขยายโลกที่พวกเราได้สร้างมันขึ้นมาแล้วในภาพยนตร์ เรื่องแรกทั้งทางเรื่อง ราวและในหนทางที่พวกเราจะนำเสนอมันน่ะครับ” เขาเล่า “ผมตื่นเต้นกับการภาพที่ออกมาในรูปแบบของ IMAX มาก ๆ เลยครับ มันทำให้ผู้ชมเข้าไปนั่งอยู่ตรงกลางฉากแอ็คชั่นในแบบ ที่ไม่มีรูปแบบของ ภาพยนตร์ไหนทำได้มาก่อนเลยล่ะครับ มันทำให้ผมคิดถึงตอนที่ผมยังเป็นเด็กแล้วเข้าไปดูหนั งโดยได้เห็นรูปแบบและ ขนาดรวมไปถึงความงดงามที่ภาพยนตร์นำเสนอให้ผมเห็ฯได้ ในฐานะคนทำหนัง ผมคิดว่าคุณจะต้องพยายามที่จะกลับไปตรงนั้นและนำเสนอ เรื่องราวของเราบนจอ ภาพยนตร์และด้วยเทคโนโลยีของ IMAX ดูเหมือนว่ามันจะเป็นหนทางที่ยอดเยี่ยมในการทำมันออก มาทีเดียวล่ะครับ”
    ทีมงานสร้างได้ทำการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในโลกของควา มเป็นแบทแมน: บ้านแห่งครอบครัวของบรูซ เวย์น คฤหาสน์ตระกูลเวห์น ถูกเผาจนเป็นธุลีในตอนจบของภาพยนตร์เรื่อง Batman Begins ทำให้บรูซต้องอยู่ในเพนท์เฮ้าส์ที่ทันสมัยมองเห็นไปท ั่วเมือง แบทแมนยังมีชุดค้างคาวที่ออกแบบใหม่ ซึ่งทำให้เขาเคลื่อนไหวได้ดีมากขึ้นและมองเห็นได้รอบ มากขึ้น – “ผมหันหัวผมได้ด้วยครับ” เบลหัวเราะ และยังมีเจ้าสองล้อ Batpod ที่ว่องไวและทรงพลัง โดยเปิดตัวเมื่ออัศวินแห่งรัตติกาลโฉบเฉี่ยวผ่านการจ ราจรแห่งเมืองกอธแธมใน ฉากไล่ล่าแทบจะหยุดหายใจที่เก็บภาพกันบนถนนหลายสายขอ งเมืองชิคาโก้
    การ แสวงหาความยุติธรรมของแบทแมนนั้นทำให้เขาต้องเดินทาง ไปครึ่งโลกเพื่อไปยัง เกาะฮ่องกงซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่อัศวินเสื้อคลุม ของเราได้ออกจากสถานที่ เดิม ๆ ของกอธแธมบนจอภาพยนตร์
    “คริสมีจินตนาการอย่างลำเลิศอยู่ในหัวว่า เขาต้องการให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกมาอย่างไร และเขาก็ทำมันออกมาจนได้และยังดีไปกว่านั้นอีกนะครับ ” โรเวนกล่าว “เขาเป็นหนึ่งในหลาย ๆ ผู้กำกับการแสดง เมื่อเขาบอกกับคุณว่าเขาต้องการจะทำอะไร ไม่ว่าจะเป็นความทะยานอยากมากสักเท่าไรคุณเชื่อขนมกิ นได้เลยว่าเขาจะต้องทำ มันออกมาจนได้ครับ และโดยมาแล้วจะออกมาดีกว่าที่คุณเคยจินตนาการไว้ซะอี กครับ”

    “ไม่ว่าคุณจะตายอย่างฮีโร่หรืออายุยืนพอที่จะเห็นตัว เองว่าได้กลายเป็นคนร้ายไปแล้ว”

    “ภาพยนตร์เรื่อง The Dark Knight นับเป็นการรวมตัวของนักแสดงหลายต่อหลายคนจากเรื่อง Batman Begins ครับ” นำโดยคริสเตียน เบลในบทบาทนำ เบลนั้นกล่าวว่าเขายินดีในโอกาสที่ได้กลับมารับบทชาย ผู้โดดเดี่ยวนี้อีก ครั้ง ชายที่ยอมเสียสละความเป็นตัวตนส่วนใหญ่ของตัวเองเพื่ อสิ่งที่ดีกว่า เขาเล่าว่า “แน่นอนว่าบรูซนั้นต้องเสียสละทั้งทางด้านร่างกายและ จิตใจ และจากผลกระทบของการเป็นแบทแมนซึ่งเขาได้ปลดปล่อยมัน ออกมาและในตอนนี้ไม่ สามารถที่จะควบคุมมันอยู่ มากกว่าความเป็นรูปลักษณ์เขาจะต้องสร้างความเป็นสัญล ักษณ์และสัญลักษณ์นี้จะ มีความจำกัดไม่ได้ เขาจะแสดงให้เห็นความอ่อนแอก็ไม่ได้ เพราะงั้นคุณจะมีความขัดแย้งระหว่างอะไรที่ดีสำหรับบ รูซ เวย์นและอะไรที่ถูกต้องสำหรับการกระทำของแบทแมน เพราะสองอย่างนั้นเป็นอะไรที่เปรียบเทียบกันไม่ได้คร ับ”
    “การได้ทำงานกับคริสเตียนเป็นความสนุกสนานเอามาก ๆ ครับ เขามีความมุ่งมั่นเอามาก ๆ กับสิ่งที่จะออกมาบนจอภาพยนตร์” โนแลนกล่าว “เขายังมีความเข้มงวดในตัวเอง เขาจะเน้นเอามาก ๆ ในความสมจริงทางด้านความคิดในตัวละครที่เขากำลังแสดง เขาปรับเปลี่ยนหลายมุมมองเพื่อค้นหาความจริงของตัวละ ครและก็ไม่ปล่อยวาง ซึ่ง นั่นถือว่าเป็นสิ่งที่ช่วยผมได้เป็นอย่างมากเลยล่ะคร ับในฐานะของคนทำหนัง เพราะผมรู้ว่าเขาเตรียมตัวและรู้ว่าตัวละครของเขาจะเ คลื่อนไหวไปในทิศทางใน ตลอดภาพยนตร์ทั้งเรื่อง อันที่จริงแล้ว เขามีหลายอย่างที่เป็นคุณลักษณะเดียวกันกับที่บรูซ เวย์นนำมาเปลี่ยนตัวเองจากชายหนุ่มธรรมดามาเป็นผู้ต่ อสู้กับอาชญากรที่มี ความพิเศษ”
    “คริสเตียนนำทุกอย่างมาสู่การแสดงที่คุณต้องการสำหรั บตัว ละครตัวนี้ – ภูมิรู้ แรงสะท้อนทางอารมณ์ ความซับซ้อน” โรเวนย้ำ “มันเป็นความน่าทึ่งที่ได้อยู่ในฉากและมองดูเขา โดยเขาได้นำพาตัวละครนี้ไปอีกระดับหนึ่งในภาพยนตร์เร ื่องนี้ครับ”
    โนแลน เสริมว่าถึงแม้เบลจะรับบทเป็นตัวละครเดิมในภาพยนตร์เ รื่อง The Dark Knight จากภาพยนตร์เรื่อง Batman Begins ภาพยนตร์สองเรื่องนี้นำเสนอนักแสดงหนุ่มด้วยความยากท ี่แตกต่างกัน “สำหรับในภาพยนตร์เรื่อง Batman Begins มันจะต้องใช้ความพยายามทางร่างกายเป็นอย่างมาก – เขาต้องทำตัวเองให้อยู่ในรูปร่างที่สวยงามและเรียนรู ้ทักษะทุกอย่างในการ ต่อสู้อย่างแบทแมนครับ รวมไปถึงการเคลื่อนไหวของเขาอีกด้วย ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมพูดได้ว่ามันจะต้องมีมากกว่าความก้าวหน้าจากภายใจเ พราะบรูซเริ่มเข้าใจ ความเป็นอยู่ของการมีสองชีวิตและตั้งคำถามกับการตัดส ินใจที่จะเลือกเป็นแบบ นี้ของเขา คริสเตียนถ่ายทอดความรู้สึกไม่มั่นคงทางอารมณ์ของเขา ได้อย่างสมจริงครับ บ่อยครั้งอย่างที่ไม่ต้องพูดอะไรเลย”
    อย่างไรก็ตามบทบาทของแบทแมนนั้นจะต้องมีร่างกายที่สว ยงาม เบลจึงได้มุ่งมั่นในการเข้าเรียนคอร์สฟื้นฟูการต่อสู ้แบบ Keysi Fighting Method (KFM) ที่แบทแมนได้ใช้เพื่อต่อกรกับศัตรู ศิลปะการต่อสู้ในรูปแบบใหม่ KFM เป็นการคิดค้นวิธีการต่อสู้ที่มีการมุ่งเน้นทางด้านจ ิตใจแต่เบลเองนั้นจะ ต้องมีสภาพร่างกายที่ดีพร้อมด้วย เขาฝึกฝนกับแอนดี้ นอร์แมนและจัสโต้ ดีเอเกซซึ่งเป็นผู้ประสานงานทางด้านศิลปะการต่อสู้แบ บ Keysi วันละสองถึงสามชั่วโมง “การต่อสู้แบบ KFM ทำให้คุณได้เรียนรู้ที่จะพัฒนาทุกส่วนของร่างกายคุณใ ห้เป็นอาวุธ แล้วมันก็ไม่ง่ายนะครับ” นอร์แมนเล่า “พวกเราฝึกคริสเตียนอย่างหนัก และมันก็เป็นเรื่องยอดเยี่ยมที่เขาเก็บเกี่ยวทุกอย่า งไปได้อย่างรวดเร็วมาก ครับ มันจะมีการพัฒนามาแล้วจากการฝึกฝนของเขาตั้งแต่ภาพยน ตร์เรื่องแรก เขามีความเข้าใจในการต่อสู้แบบ KFM มากยิ่งขึ้น เพราะงั้นเขาจะมีพลังมากขึ้นและการเคลื่อนไหวของเขาก ็น่าทึ่งทีเดียวครับ”
    “มันเป็นวิธีการต่อสู่ที่น่าทึ่งนะครับ” เบลกล่าว “เพราะมันจะต้องใช้อดรินารีนที่ทุกคนจะรู้สึกได้ตอนเ ข้าสู่สถานะการณ์คับขัน เท่านั้นครับ มันจะต้องออกมาจากสมองโดยตรงครับ ไม่เหมือนกับการต่อสู้แบบ เซนซึ่งเยือกเย็นอย่างที่ศิลปะการป้องกันตัวอย่างอื่ นใช้ KFM นั้นมีรากฐานะมาจากการต่อสู้แบบสัตว์ป่าและนำสัญชาติ ญาณนั้นมาใช้เป็นอาวุธ เพราะงั้นมันถึงเหมาะเหม็งกับความเป็นแบทแมนไงครับ”
    และอัศวินแห่ง รัตติกาลนั้นจะต้องเผชิญหน้ากับอาชญากรที่มีชื่อว่า เดอะ โจ๊กเกอร์ผู้ซึ่งไม่สนใจในการต่อสู้แบบ Keysi หรือว่าศิลปะการต่อสู้ในรูปแบบไหน ๆ มันเป็นการต่อสู่ที่ยุติธรรม “แบทแมน จะต้องโค่นเขาลงให้ได้” เบลกล่าวเสริม “แต่โจ๊กเกอร์ไม่สู้อย่างซึ่งหน้า เขามีอุบายมากมายอยู่ในแขนเสื้อของเขา เพราะงั้นมันจะออกเป็นแนวการต่อสู้วัดใจกันมากกว่านะ ครับ และเขาก็พบว่าแบทแมนนั้นเป็นคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้ อกับเขา ผมว่าเขาสนุกกับมันนะครับ”
    ฮีธ เลดเจอร์นั้นแสดงบทบาทของ เดอะ โจ๊กเกอร์ ตัวตลกที่มีความร้ายกาจผู้ซึ่งต่อกรกับแบทแมนมากที่ส ุดและเป็นปรปักษ์ที่เขา ยากจะโค่นลงได้ ในการคัดเลือกตัวแสดงนั้น โนแลน กล่าวว่าคุณสมบัติที่เขามองหานั้นก็คือ “การไร้ซึ่งความหวาดกลัว” ผมต้องการนักแสดงที่ยอดเยี่ยมในการแสดงแต่เขาจะต้องเ ป็นใครสักคนที่ไม่หวาด กลัวต่อการที่จะมารับบทบาทที่สำคัญบทนี้ ฮีธสร้างสรรค์บางอย่างที่เป็นความดั้งเดิมอย่างแท้จร ิง มันน่าทึ่ง ชวนติดตาม...มันจะต้องทำให้ผู้ชมพลิ้วไหวไปกับมันเลย ล่ะครับ”
    ผู้ กำกับการแสดง เล่าให้ฟังตอนที่เขาได้พบกับฮีธ เลดเจอร์เป็นครั้งแรกเกี่ยวกับบทบาทนี้ตั้งแต่ยังไม่ มีสคริปท์เสียอีก “เราสองคนคุยกันว่าเราเห็นมันออกมาอย่างไรในตัวละครต ัวนี้และเราสองคนก็มี ความคิดเดียวกันเลยล่ะครับ – ว่าเดอะโจ๊กเกอร์จะต้องเป็นตัวละครที่มีความสับสน ไร้รูปแบบในการสร้างความวุ่นวายและความหวาดกลัวในขอบ ข่ายของความยิ่งใหญ่ ดูเหมือนว่าฮีธจะเข้าใจมันได้โดยสัญชาติญาณเลยนะครับ ว่าจะทำให้ตัวละครนี้ ออกมาอย่างมีความต่างจากทุกอย่างที่เคยทำมาก่อนแล้วไ ด้อย่างไรครับ”
    โร เวนเสริมว่า “เดอะโจ๊กเกอร์เป็นหนึ่งในอาชญากรตัวร้ายที่สำคัญในห นังสือการ์ตูน ที่เป็นโรคจิต ลึกลับ ฉลาดเป็นกรด ร้ายกาจ มีเสน่ห์ สนุกสนานและเป็นตัวละครที่มีความชื่นชมเมื่อได้เห็นค รับ พวกเรารู้ว่ามันจะต้องเป็นนักแสดงที่มีความพิเศษในกา รแสดงเป็นตัวเขาและฮีธ นั้นนำเสนอมันออกมาได้ในทุกด้าน จากทุกการเคลื่อนไหวของร่างกายหรือสุ้มเสียงที่พูด มันเป็นการแสดงที่ยากจะลืมเลือนทีเดียวล่ะครับ”
    ในภาพยนตร์เรื่อง The Dark Knight การเปิดตัวของเดอะ โจ๊กเกอร์เป็นไปอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยและขึ้นไปสู่ ความอำมหิตที่สุดใน บรรดาอาชญากรของเมืองกอธแธม “ในภาพยนตร์เรื่องนี้พวกเราไม่เคยต้องการจะทำเรื่องร าวของเดอะโจ๊กเกอร์ อย่างที่เป็นมาก่อนแต่พวกเราต้องการจะนำเสนอการเฟื่อ งฟูของความเป็นเดอะโจ๊ก เกอร์” โนแลนยืนยัน “ในส่วนที่ว่า เดอะโจ๊กเกอร์นั้นเป็นการตอบรับทางด้านเหตุผลของแบทแ มน ผู้ซึ่งยุยงส่งเสริมความประพฤติที่สุดโต่งรูปแบบนี้ใ นเมืองกอธแธม”
    เบล เสริมว่า “เดอะโจ๊กเกอร์นั้นต้องการจะทำลายแบทแมนเพื่อพิสูจน์ ว่าทุกคนนั้นมีคุณค่า และความเป็นแบทแมนเองนั้นก็โดนลบล้างลงได้ในหนทางที่ เขาเองจะต้องโอนอ่อน ผ่อนตามกฏเกณฑ์ของเขาเองครับ อันที่จริงผมคิดว่าเขาดีใจนะที่พบว่า
    แบ ทแมนจะไม่ทำมันและมันได้สร้างให้เดอะโจ๊กเกอร์ได้กลา ยมาเป็นคู่ต่อสู้ที่ เหมาะสมมากขึ้นไปอีกในรูปแบบของเกมส์ที่เขากำลังเล่น อยู่น่ะครับ เขาเป็นตัวละครที่น่าทึ่ง และฮีธก็ได้ทำงานเป็นพิเศษกับมัน ผมไม่คิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มันจะออกมาดีถ้าเราไม่ไ ด้นักแสดงที่มีความสามา รถอย่างฮีธ เลดเจอร์เข้ามาร่วมงานด้วยนะครับ เขาเข้าถึงมันได้อย่างจริงจัง เหมือนอย่างที่โจ๊กเกอร์ทำออกมาในเมืองกอธแธมล่ะครับ ”
    “พวกเราต้องการเด อะ โจ๊กเกอร์ที่เป็นตัวแทนของ ความบริสุทธิ์อย่างไม่มีอะไรเจือปนในความรู้สึกที่ว่ าเขาไร้ซึ่งเหตุผลในการ กระทำต่าง ๆ ของเขา นั่นคือสิ่งที่เราต้องการจะปลดปล่อยในเมืองกอธแธม เขาเป็นความสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริงครับ” โนแลนสรุปง่าย ๆ
    เอ็มม่า โธมัสกล่าวอย่างรวดเร็วว่า “เขามีความตลก ฉันรู้ว่ามันฟังดูแล้วน่าขนลุกอยู่สักหน่อยนะคะ เพราะว่าใครจะคนจะตลกอย่างน่าตำหนิได้อย่างไรกัน? ฮีธแสดงบทบาทนี้ออกมาไม่เป็นแบบตลกแต่ร่าเริงสนุกสนา นทั้งทางด้านร่างกายที่ แห้งแล้งและเสียดสี กับตัวละครเดอะ โจ๊กเกอร์นั้น ฉันคิดว่าพวกคุณจะได้พบว่าคุณจะรู้สีกหวาดหวั่นและหว าดกลัวแต่ก็สนุกสนานไป กับมันในเวลาเดียวกันเลยล่ะค่ะ”
    และในอีกด้านหนึ่งของกฏหมาย อีกตัวละครหนึ่งได้เกิดขึ้นอย่างโดดเด่นในเมืองกอธแธ ม: ฮาร์วีย์ เดนท์ อัยการประจำเมืองที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้ง งานของเขาคือการทำลายล้างอำนาจขององค์กรเหล่าร้ายในเ มืองนี้ ฮาร์วีย์ เดนท์นั้นแสดงโดย แอร่อน เอ็กฮาร์ท ผู้ซึ่งเล่าว่า “ฮาร์วี่เพิ่มพลังให้ตัวเองจากการทำลายองค์กรเหล่าร้ ายและทำให้ถนนน่าอยู่ มากขึ้น เขาเป็นความหวังใหม่ของเมืองกอธแธม เป็นอัศวินแห่งความสว่างอย่างที่ผู้คนเรียกขานเขา เขาเริ่มงานด้วยความคิดในทางบวกและเต็มไปด้วยความกระ ตือรือร้น...แต่เขากลับ จบลงด้วยอะไรที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงเลยครับ” เขาพูดเป็นนัย “มันเป็นตัวละครที่ยิ่งใหญ่ผมเป็นแฟนตัวยงของคริส โนแลนอยู่แล้วล่ะครับ เพราะงั้นตอนที่เขาคุยกับผมเกี่ยวกับบทบาทนี้ ผมไม่ต้องคิดเลยล่ะครับ”
    โน แลนกล่าวว่าในขณะที่เอ็คการ์ดดูเหมือนจะเป็นอัยการปร ะจำเมืองที่หล่อและเจ้า เสน่ห์ไปทุกกระเบียดนิ้ว หลายเหตุผลในการเลือกนักแสดงหนุ่มคนนี้นั้นมีลึกยิ่ง กว่า “พวกเรากำลังมองหาใครสักคนที่จะสวมบทบาทเสน่ห์ของควา มเป็นอเมริกันเพราะคุณ จะต้องลงทุนกับเขาในความเป็นหนุ่มหล่อ เหมือนวีรบุรุษในตอนเปิดตัวของภาพยนตร์แต่เขายังจะต้ องมีอีกด้านหนึ่ง เขาจะต้องนำเสนอความโกรธเกรี้ยวและด้านมืดที่ฮาร์วีย ์ เดนท์นั้นต้องมีเพราะฉนั้นสิ่งที่นำเสนอออกมาเป็นเรื ่องราวนั้นต้องสมจริง คุณจะนำเสนอตัวละครออกมาอย่างนี้เป็นฮีโร่อย่างไร้ที ่ติ ไม่มีด้านมืด แอร่อนสามารถนำเสนอคุณสมบัติในทุก ๆ ด้านได้อย่างดีมาก ๆ ทีเดียวครับ”
    การ เป็นอัยการประจำเมืองคนใหม่ ฮาร์วีย์ เดนท์นั้นไม่ใช่เป็นเพียงจุดศูนย์กลางของเหล่าอาชญาก รเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดสนใจของชายผู้เฝ้ามองใต้หน้ากากอย่างแบ ทแมนอีกด้วย “มันเป็นแรงขับเคลื่อนที่น่าสนใจครับ” เอ็กฮาร์ทกล่าว “เพราะฮาร์วี่มองการต่อสู้กับเหล่าร้ายของแบทแมนในหน ทางที่เขาอยากจะทำมัน แต่ทำไม่ได้ ฮาร์วี่ ได้แต่อยู่ในขอบข่ายของกฏหมาย เขาต้องทำในสิ่งที่เปิดเผยในขณะที่แบทแมนทำอย่างลับ ๆ น่ะครับ เขายกย่องความตั้งใจของแบทแมนถึงแม้ว่าเขาจะสนับสนุน วิธีการของแบทแมน อย่างออกหน้าออกตาไม่ได้ แต่เขาคิดถึงบรูซ เวย์นอย่างแตกต่าง เขามองเห็นความเป็นบรูซว่าไม่มีอะไรเลยนอกจากความเป็ นเพลย์บอยของเมืองที่ ไม่มีสาระเอาเสียเลย”
    “ฮาร์วี่คิดว่าบรูซนั้นเป็น พวกไฮโซไร้สาระน่ะครับ” โนแลนยืนยัน “มันทำให้เขาประหลาดใจที่ค้นพบว่าเขาเป็นชายหนุ่มที่ อยู่เบื้องหลังหน้ากาก”
    ความคิดของเดนท์เกี่ยวกับการความเป็นตัวตนของเขาต่อห น้าผู้คนนั้นจะ เป็นอย่างไรก็เถอะ บรูซ เวย์นชื่นชมกับความพยายามในความเป็นไปของเมืองของอัย การเมืองคนใหม่ โนแลน ให้ความเห็นว่า “มันดูเหมือนจะมีเหตุมีผลมากกว่าสำหรับพวกเราที่บรูซ จะดูแบทแมนว่าเป็นเพียง สงครามระยะสั้น โดยเป็นสัญลักษณ์เพื่อเป็นกำลังใจให้คนดีของกอธแธมลุ กขึ้นมายึดเมืองคืน ในความเป็นฮาร์วีย์ เดนท์ ที่สุดแล้วเขาเห็นคำตอบที่เขากำลังมองหา ฮาร์วี่เป็นฮีโร่ที่เมืองกอธแธมต้องการ – ฮีโร่ที่มีตัวตน ไม่ใช่คนที่อยู่เบื้องหลังหน้ากาก”
    แต่โธมัสกล่าวว่า “มันจะมีโอกาสหลายอย่างในทางส่วนตัวเช่นกันเพราะถ้าฮ าร์วี่ประสบความสำเร็จ บางทีบรูซจะหยุดการเป็นแบทแมนไว้ได้ บางทีมันจะมีโลกหนึ่งที่เขาจะกลับมาสู่ชีวิตที่ปกติธ รรมดา มันจะมีส่วนใหญ่ในตัวเขาที่มีความหวังว่าเขาจะปิดถ้ำ ค้างคาวลงเสียได้ ไม่ว่าบรูซจะสนุกสนานกับการแขวนเสื้อคลุมค้างคาวได้ใ นจุดนี้ ฉันไม่รู้สินะ ฉันไม่คิดว่าตัวเขาเองจะรู้หรือเปล่า แต่ที่แน่นอนก็คือส่วนหนึ่งในตัวเขามีความรู้สึกว่าเ ขาได้เริ่มอะไรบางอย่าง ที่เขาควบคุมมันไม่ได้ และฮาร์วีย์ เดนท์อาจจะเป็นเพียงความหวังเดียวของเขาที่จะหยุดมัน ลงได้”
    สำหรับบรูซ เวย์นนั้น โอกาสในการใช้ชีวิตอย่างปกติ นั้นยังหมายถึงโอกาสในอนาคตกับหญิงสาวที่เขารักคือ ราเชล ดอว์ส ซึ่งทำงานอยู่กับเดนท์ในฐานะผู้ช่วยอัยการประจำเมือง และในทางนี้เอง อัยการนั้นไม่ใช่ความหวังแต่กลับกลายเป็นอุปสรรคเพรา ะราเชลนั้นเข้าไว้ยุ่ง เกี่ยวกับเขาไม่ใช่เรื่องงานเท่านั้นแต่ในทางความรัก อีกด้วย “และเมื่อมันมาถึง ราเชลมันจะมีความขัดแย้งกันในความรู้สึกของบรูซเกี่ย วกับเดนท์ ในขณะที่เขาให้ความเคารพเดนท์อีกส่วนหนึ่งของบรูซก็อ ยากที่จะโค่นเขาลง” เบลกล่าวอย่างติดตลก “มันจึงมีด้านของความเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาที่อีกคร ั้งไม่ปรองดองกันอยู่ใน ที”
    การคัดเลือกนักแสดงที่มารับบทของ ราเชล แม็กกี้ กิลเลนฮาลให้ข้อคิดว่า “ราเชลต้องตัดใจว่ามันเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้สำหรับเ ธอที่จะไปกับบรูซตราบใด ที่เขายังต้องเป็นแบทแมน จากนั้นฮาร์วีย์ เดนท์ก็เข้ามาในชีวิตของเธอ และเธอก็ปลื้มเขาเอามาก ๆ เลยค่ะ ฉันคิดว่าสิ่งที่เธอปลื้มเกี่ยวกับตัวฮาร์วี่ ที่อยู่ตรงข้ามกับแบทแมน – หรือจะเป็นว่าสิ่งที่บรูซ เวย์นกำลังทำในฐานะแบทแมน – นั่นคือฮาร์วี่ไม่ใช่แต่คนที่คอยเฝ้ามอง เขาไม่ได้เอาตัวเองไปอยู่เหนือกฏหมายในสิ่งที่เขามีค วามเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ ในที่สุดแล้วดีที่สุดสำหรับชาวนครกอธแธม นอกจากนั้นฮาร์วี่ยังเชื่อในระบบ ถึงแม้ว่ามันจะถูกทำลายและเขาก็กำลังจะทำมันภายใต้ระ บบนั้นเพื่อเปลี่ยนแปลง สิ่งที่มันบิดเบี้ยวไป ฉันคิดว่านั่นคือสิ่งที่ว่าทำไมราเชลถึงได้รักเขาและ คิดว่าเขาเป็นฮีโร่ในหน ทางที่เขาเป็น และในเวลาเดียวกันนั้นเอง เธอก็ยังมีรักแท้ให้กับบรูซและแน่นอนที่เธอก็รู้เช่น กันว่าเขาก็ยังคงรักเธอ อย่างเหนียวแน่น และนั่นคือสถานภาพที่จริงแท้ค่ะ”
    “แต่สำหรับตัวฉันนะ คะฉันหมายถึงว่ามันคือคริสเตียน เบลและแอร่อน เอ็คฮาร์ททั้งคู่ดูดีเอามาก ๆ ในฐานะนักแสดงหญิง มันง่ายมากที่จะอยู่ในสถานภาพนี้น่ะค่ะ” กิลเลนฮาลหัวเราะ “ความต้องการจะเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ การได้ร่วมทำงานกับคริส โนแลนและทีมงานนักแสดงทั้งหมดค่ะ ตั้งแต่แรกแล้ว คริสมีความทุ่มเทและมีความสนใจในความคิดที่ฉันมีให้ก ับบทบาทนี้ เขาชี้ชัดไปเลยว่าเขาต้องการให้ราเชลมีความฉลาดเฉลีย วและความสามารถไม่ใช่ หญิงสาวที่เต็มไปด้วความผิดหวัง ถึงแม้ว่าเธอจะผิดหวังบางในบางครั้ง เราสองคนเข้าใจกันเป็นอย่างดีเพราะนั่นเป็นสิ่งที่ฉั นต้องการและเราสองคนก็ ผลักดันกันไปในหลายอย่างที่มีความแตกต่างกันค่ะเพื่อ ให้ราเชลออกมาเป็นตัวตน ที่สมจริง”
    “แมกกี้เป็นนักแสดงสาวที่น่าทึ่งครับ” โนแลนกล่าว “ผมชื่นชมผลงานของเธอมาเสมอ และอยากที่จะมีโอกาสได้ร่วมงานกับเธอมานานและบทบาทขอ งราเชลในเรื่องนี้ดู เหมือนจะเป็นคนที่ใช่เลย แมกกี้มีความฉลาดเป็นกรดมีความเป็นผู้ใหญ่และเป็นหญิ งสาวที่มีความอบอุ่นและ แน่นอนน่ารัก คุณจะเชื่อว่าเธอเป็นแบบนั้นเลยครับ ผมคิดว่าเธอนำเสนอความขัดแย้งที่มีอยู่ในตัวราเชลได้ ออกมาอย่างสวยงาม กับการที่ราเชลต้องยืนอยู่ระหว่างชายสองคนที่เข้ามาใ นชีวิตและคุณจะได้เห็น ว่าทำไมทั้งสองต้องตกหลุมรักเธออย่างเป็นธรรมชาติที่ สุด ราเชลมีประวัติที่ยาวนานกับบรูซและเขาจะอยู่ในหัวใจข องเธอเสมอแต่เธอก็ยังมี ความรักให้กับฮาร์วี่และมองเห็นอนาคตร่วมกับเขาได้มา กกว่า”
    อย่าง ไรก็ตาม ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปในทันทีเมื่อเหตุการณ์อุบัติเห ตุที่ไม่คาดฝันเปลี่ยน แปลงฮาร์วีย์ เดนท์ให้กลับตาลปัตรไปเป็นทู-เฟซที่ชั่วร้าย ผู้ซึ่งมีความมุ่งหมายเดียวคือ: การแก้แค้น “มีบางอย่างที่เลวร้าย เกิดขึ้นที่เปลี่ยนทุกอย่างในชีวิตของเขาและความเคีย ดแค้นก็เข้ามาครอบคลุม น่ะครับ” เอ็กฮาร์ทเล่า “เขาได้พลังมาจากความเศร้าโศกและความเจ็บปวดและตั้งม ั่นว่าจะฆ่าคนชั่วให้ หมดไป...หรือบรรดาคนที่เขาเข้าในว่าเป็นคนชั่ว เขายังคงต้องการความยุติธรรมครับ แต่ในตอนนี้เขาทำมันอย่างนอกกฏหมายที่ครั้งหนึ่งเขาเ คยเป็นคนทำตามมัน ผมไม่ได้คิดว่าเขาเป็นผู้ร้ายอย่างเต็มตัวหรอกนะครับ เหมือนอย่างที่โจ๊ก เกอร์เป็น แต่ในจุดหนึ่งที่เมื่อฮาร์วี่กลายมาเป็นทู-เฟซแล้ว รูปลักษณ์ของเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากที่เขาเริ่มมอง เห็นว่าเดอะโจ๊กเกอร์ เป็นคนมีจิตวิญญาณเดียวกับเขา...เขาเดอะโจ๊กเกอร์รู้ ด้วยว่าเขาจะได้ฮาร์วี่ ในที่ ๆ เขาต้องการ มันเป็นฉากที่ยอดเยี่ยมครับ และฮีธก็ทำงานออกมาได้อย่างดีมาก ๆ ในฐานะนักแสดงคนหนึ่ง มันเป็นความตื่นเต้นที่ได้ร่วมทำงานกับเขาครับ การแสดงของฮีธทำให้โจ๊กเกอร์ในเรื่องนี้เป็นตัวละครท ี่ยากจะลบเลือน เขาเป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณต้องการในตัวอาชญากรที่ เลื่องชื่อในฐานะของ เดอะ โจ๊กเกอร์และแน่นอนที่สุดว่าเขามีความเป็นดั้งเดิมคร ับ”
    โนแลนกล่าวว่า “เดอะ โจ๊กเกอร์ นั้นมีความน่ากลัวก็คือมันดูเหมือนไร้ซึ่งเหตุและผลใ นสิ่งที่เขาทำ เขาเป็นแรงผลักดันทางธรรมชาติที่มองเห็นได้ กับความเป็นทู-เฟซนั้นคุณได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและคุณจะเข้าใจว่าคว ามโกรธ เกรี้ยวและความโศกเศร้าของเขามาได้อย่างไร แอร่อนได้ทำงานออกมาอย่างเป็นพิเศษครับในการรับบทบาท ของฮาร์วีย์ เดนท์และทู-เฟซ เขาได้นำเอาความรู้สึกมากับเขาด้วยครับ”
    นอกไปจาก ตัวอย่างที่แจ่มชัดของฮาร์วีย์ เดนท์/ทู-เฟซ ผู้กำกับการแสดงให้ความเห็นว่า “มันจะมีความเป็นสองบุคลิกในเรื่องนี้อีกหลายตัวละคร และมันจะมีอีกหลายความสัมพันธ์สะท้อนครับ ความสัมพันธ์ระหว่างแบทแมนและเดอะโจ๊กเกอร์นั้นเป็นอ ีกอันหนึ่งที่น่าสนใจนะ ครับ เหมือนกับความสัมพันธ์ระหว่างฮาร์วีย์ เดนท์/ทู-เฟซและผู้หมวดกอร์ดอนด้วยครับ”
    แกร์รี่ โอล์ดแมนกลับมารับบทบาทเดิมของเขาอีกครั้งจากในเรื่อ ง Batman Begins โดยกลับมาแสดงเป็นผู้หมวดกอร์ดอน หัวหน้าหน่วยปราบปรามอาชญากรรมแห่งนครกอธแธม MCU “แกร์รี่เป็นนักแสดงที่ยอดเยี่ยมครับ” โรเวนกล่าว “กอร์ดอนอาจจะเป็นตัวละครที่ตรงไปตรงมาที่สุดโดยเฉพา ะอย่างยิ่งเมื่อถูกแวด ล้อมไปด้วยตัวละครหลายตัวที่ประหลาดและน่าหวาดกลัวกว ่าแต่แกร์รี่นั้นได้นำ มาซึ่งสีสรรค์สู่บทบาทที่เขาแสดง”
    โนแลนให้ความเห็นว่า “ในภาพยนตร์เรื่องแรก กอร์ดอน นั้นเป็นตัวละครที่ค่อนข้างไว้ตัว และจะต้องใช้นักแสดงที่แสดงบทบาทสำคัญนี้ได้ แต่ต้องนำเสนอมันออกมาอย่างชาญฉลาดและควบคุมมันได้ด้ วยครับ ผมตื่นเต้นกับการที่เราได้แกร์รี่กลับมาแสดงเป็นกอร์ ดอนอีกครั้งแต่ในเรื่อง ราวที่ท้าทายตัวละครมากขึ้นไปอีกและให้แกร์รี่แสดงออ กมาให้ดูในสิ่งที่เขาทำ ได้อย่างยอดเยี่ยมครับ”
    ในภาพยนตร์เรื่อง The Dark Knight ผู้หมวดกอร์ดอนต้องรับกับเรื่องราวหนักหนาจากทุก ๆ ด้านในการปลุกบรรดาอาชญากรขึ้นมาใหม่ แต่ในฐานะของตำรวจมืออาชีพ เขารู้ว่าตัวเลือกแรกของเขานั้นคือการทำตามความรู้สึ กของตัวเองซึ่งบอกตัว เองว่าให้ไว้ใจในตัวแบทแมน เขาเข้าใจว่าแบทแมนนั้นก่อให้เกิดอันตรายกับเมืองกอธ แธมแต่เขาเชื่อว่าที่ สุดแล้วแบทแมนจะเป็นผู้แก้ไขมันโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้ว ยการเกิดขึ้นของเดอะ โจ๊กเกอร์ “ตำรวจไม่เคยได้พบเจออะไรที่เป็นเหมือนเดอะโจ๊กเกอร์ มาก่อนเลยครับ” โอดล์ดแมนกล่าว “เขาไม่สนอกสนใจเรื่องเงินเรื่องทอง หรืออำนาจในส่วนที่เป็นคำพูด เดอะโจ๊กเกอร์นั้นเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของความวุ่นวาย สับสน: เขาทำในสิ่งที่เขาทำเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น แล้วคุณจะตรวจพวกนั้นได้อย่างไรกันครับ?”
    โธมัสกล่าวเสริมว่านอกจากจะถูกทดสอบเพราะความพยายามข องแบทแมนและผลกระทบที่ มันเกิดขึ้นกับเมืองของเขา “กอร์ดอนไม่ได้มีความเชื่อใจในตัวฮาร์วีย์ เดนท์อย่างเต็มร้อยเพราะยังไม่เคยมีนักการเมืองคนไหน ในเมืองกอธแธมที่ไม่เคย ยุ่งเกี่ยวกับการโกงกินในทางใดก็ทางหนึ่ง เขารู้ว่ามันจะต้องมีการทำอะไรสักอย่างและตัดสินใจว่ าแบทแมนนั้นคือเดิมพัน ที่ดีที่สุดของเขาเพราะเขารู้ถึงความตั้งใจของ
    แบทแมนและมีความศรัทธาว่าหลายอย่างจะดีขึ้นในระยะยาว ”
    บรู ซ เวนห์มีแนวร่วมสองคนในชีวิตของเขา คนรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ อัลเฟรด เพนนี่เวิร์ธ ผู้ซึ่งตั้งแต่พ่อและแม่ของบรูซถูกฆาตกรรมได้กลายมาเ ป็นบิดาเพียงคนเดียวที่ บรูซเคยรู้จัก และลูเซียส ฟอกซ์ที่ปราดเปรื่อง ในตอนนี้เขาเป็นประธานบริหารของบริษัท เวห์น เอ็นเตอร์ไพร์ซ นอกจากจะเป็นผู้ออกแบบอาวุธไฮเทคต่าง ๆ ของแบทแมน สองนักแสดงเจ้าของรางวัลตุ๊กตาทองไมเคิล เคนและมอร์แกน ฟรีแมน ได้กลับมารับบทบาทของอัลเฟรดและลูเซียสตามลำดับโดยเป ็นบทบาทเดียวกับที่เคย แสดงไว้ในภาพยนตร์เรื่อง Batman Begins
    ในฐานะคนที่บรูซไว้วางใจมากที่ สุด อัลเฟรดและลูเซียสรู้จักตัวตนที่แท้จริงของแบทแมนแต่ การรับรู้นี้กลายมาเป็น ความรับผิดชอบ หนึ่งในหนทางของเขาแต่ละคนต้องเป็นอาจารย์ เป็นผู้สนับสนุนและบางทีก็กลายมาเป็นสติของบรูซด้วย “ความเชื่อมโยงระหว่างพวกเขานั้นเห็นได้อย่างชัดเจนค รับ แต่คุณจะได้เห็นความสัมพันธ์ในด้านที่แตกต่างกัน” โนแลนเล่าว่า “ลูเซียส ฟอกซ์นั้นรู้อยู่เต็มอกว่าสิ่งที่บรูซกำลังทำในฐานะข องแบทแมนและเห็นด้วยใน ส่วนใหญ่ ในเมื่อเรื่องราวดำเนินไปในภาพยนตร์ พวกเราได้ทดสอบความจำกัดกับสิ่งที่ลูเซียสค้นพบว่ายอ มรับได้ในหลายส่วนที่ บรูซได้ทำในฐานะของแบทแมน”
    ฟรีแมนให้ข้อคิดว่า “ผมมองเห็นลูเซียส เป็นคนที่มีใจกว้างในการทำสิ่งที่สมควรจะต้องทำเพื่อ สนับสนุนงานของชายคนนี้ นะครับ แบทแมนได้ตั้งตัวเป็นผู้ปกป้องความยุติธรรมและทันทีท ี่เขาได้มีความคิดแบบ นั้นในหัวโลกทั้งโลกก็ขึ้นอยู่กับเขา เขาจะต้องก้าวขึ้นมาและทำมันให้ได้ แต่หลายคำถามที่มีลูเซียสคือมันจะมีข้อจำกัดในส่วนที ่เขาจะต้องทำเพื่อช่วย เหลือบรูซในการทำให้งานของเขาเสร็จสิ้นหรือไม่”
    ในอีกทางหนึ่งโน แลนกล่าวว่า “อัลเฟรดเป็นคนที่มีความเชื่ออย่างมุ่งมั่นในสิ่งที่ บรูซได้ทำและสนับสนุน เขาให้ไปในอีกก้าวหนึ่งถ้าจำเป็น เพราะอัลเฟรดเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่จะทำมั นครับ แน่นอนว่า อัลเฟรดยังคงมีความเป็นห่วงในด้านความเป็นคนธรรมดาขอ งบรูซเพราะอัลเฟรด เลี้ยงเขาขึ้นมาจากเด็กผู้ชายคนหนึ่งแต่เขาพยายามจะไ ม่ให้ความหวาดกลัวใน ความปลอดภัยส่วนตัวของบรูซที่เขารู้สึกเข้ามาขวางทาง ในการบอกให้เขาสานต่อ ความต้องการของเขาต่อไปครับ”
    บรูซ เวย์น บอกกับอัลเฟรดว่า ในความเป็นสัญลักษณ์แบทแมนนั้นจะมีข้อจำกัดไม่ได้ “แต่สำหรับอัลเฟรดแล้วนั้น บรูซเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งและทำทุกอย่างที่อันที่จริงแ ล้วมีข้อจำกัดครับ” เคนกล่าว “บรูซเป็นเหมือนลูกชายของเขาและคุณจะเห็นลูกของคุณเป ็นเด็กน้อยอยู่เสมอแหละ ครับ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะโตกันไปหมดแล้วครับ เพราะงั้นแน่นอนว่า อัลเฟรดจะคอยเป็นกังวลกับสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ ผมคิดว่าอัลเฟรดในฐานะที่เป็นเทวดาประจำตัวของบรูซ ไม่ใช่แต่ทางด้านร่างกายนะครับแต่ทางด้านจิตใจและทาง ด้านความคิดอีกด้วยล่ะ ครับ มันจะมีหลายเรื่องหลายราวและบ่อยครั้งที่อัลเฟรดจะต้ องคุยเปิดอกกับเขา ความสัมพันธ์ระหว่างอัลเฟรดกับบรูซนั้นมีความเป็นคนธ รรมดาอย่างที่สุดครับ และสำหรับผมคิดว่ามันเป็นเรื่องตลกด้วยนะครับ” เคนยิ้ม
    ผู้กำกับการแสดงกล่าวว่าอารมณ์ขันของอัลเฟรดนั้นเกิด ขึ้นมาอย่างเป็น ธรรมชาติ “ไมเคิลเป็นคนที่ตลกมาก ๆ ครับ ผมไม่เคยทำงานกับนักแสดงคนไหนที่ตลกออกมาอย่างไม่ต้อ งพยายามเลยนะครับ เขารู้ได้อย่างแน่นอนว่าจะต้องทำอย่างไรกับประโยคที่ จะพูดออกมาเพื่อให้ได้ เสียงฮาครับ”
    “การได้ทำงานกับนักแสดงที่สามารถอย่าง ไมเคิล เคนและมอร์แกน ฟรีแมน ทำให้ผมได้ประโยชน์จากประสบการณ์ของพวกเขาเป็นอย่างม ากเลยล่ะครับ” โนแลนกล่าวต่อ “พวกเขาดูเยือกเย็นตอนที่แสดงออกมาและมีการตอบโต้กัน โดยพวกเขาเป็นแรงบันดาล ใจให้กับทุก ๆ ที่อยู่รอบตัวเขาเพื่อให้มันออกมาอย่างดีที่สุดครับ มันถือเป็นเกียรติยศอย่างหนึ่งที่ได้ทำงานกับพวกเขาใ นภาพยนตร์เรื่องแรกและ เป็นเกียรติที่ได้พวกเขากลับมาร่วมงานกันอีกจากภาพยน ตร์เรื่อง The Dark Knight”
    ทีมงานนักแสดงหลักยังรวมไปถึงอีริค โรเบิร์ตแสดงเป็นมาโรนี่ หนึ่งในหัวหน้าของอาชญากรในเมืองกอธแธม ชิน แฮนแสดงเป็นเลา นักธุรกิจชาวเอเชียที่ยิ่งใหญ่ ผู้ซึ่งเป็นผู้รวบรวมเหล่าร้ายของเมืองกอธแธมด้วยข้อ เสนอที่พวกมันปฏิเสธไม่ ลง เนสเตอร์ คาร์บอนเนลเป็นเทศมนตรีแห่งเมืองกอธแธม และแอนโธนี่ ไมเคิล ฮอลเป็นนักข่าวโทรทัศน์ ซิลเลี่ยน เมอร์ฟี่ได้กลับมาร่วมแสดงเป็นหุ่นไล่กา
    ทั้งหมดทั้งปวงแล้ว โนแลนกล่าวว่า “ทีมงานนักแสดงเป็นการรวมทีมที่น่าทึ่งครับจากการที่ มีนักแสดงเลื่องชื่อ ล้ำฝีมือมากมายมาร่วมกันทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งทำให้มันมีความน่าตื่นเต้นกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง ครับ มันทำให้เกิดบรรยากาศตอนที่เข้าฉากและมันเป็นความมหั ศจรรย์ที่ได้นั่งดู บรรดานักแสดงที่นำเสนอการแสดงออกมาในรูปแบบที่แตกต่า งกันเข้ามาอยู่รวมกัน และทำงานกันอย่างหนักอย่างมีจุดมุ่งหมายเดียวกันครับ ”


    “คุณต้องการใช้เจ้า Bat-Pod หรือเปล่าครับ?”
    “มันยังกลางวันอยู่เลยใช่ไหม อัลเฟรด? ยังไม่เหมาะหรอกนะ”

    ในจอภาพยนตร์ ลูเซียส ฟอกซ์ได้เครดิตในการจัดหาอาวุธในการต่อสู้กับเหล่าร้ ายจากชุดค้างคาวที่ได้ รับการปรับปรุงชุดใหม่ไปจนถึงอาวุธและพาหนะในรูปแบบ
    ต่าง ๆ อย่างไรก็ตามในชีวิตจริง เครดิตนั้นต้องยกให้กับคริส โนแลนและทีมงานออกแบบเบื้องหลังซึ่งนำทีมโดย นาธาน ครอว์ลี่ซึ่งเป็นผู้ออกแบบฉากและลินดี้ เฮมมิ่งซึ่งเป็นผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายรวมไปถึง คริส คอร์บอล์ดซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายสเปเชี่ยลเอฟเฟคและทีมง านของเขาซึ่งปรับ เปลี่ยนการออกแบบมาให้สู่การทำงานอย่างจริงจัง
    โนแลนให้ข้อสังเกตุว่า “จากภาพยนตร์เรื่อง Batman Begins พวกเราต้องแสดงให้เห็นว่ารถค้างคาวและชุดค้างคาวนั้น มีการพัฒนามาได้อย่างไร และในเวลาเดียวกันพวกเราไม่ได้นำเสนอเครื่องไม้เครื่ องมือกันมาเท่าใดนัก เพราะงั้นเมื่อเรื่องราวดำเนินต่อมาสิ่งที่พวกเราต้อ งทำก็คือแสดงให้เห็นว่า เขาได้กลายมาเป็นความยิ่งกว่าไฮเทคได้อย่างไรแต่ก็ยั งแสดงให้เห็นความเชื่อ ถือได้อยู่นะครับ สิ่งที่ผมชื่นชมเกี่ยวกับแบทแมนนั้นก็คือเขาไม่ได้มี พลังพิเศษนอกจากความร่ำ รวยเหนือไปจากคนอื่นเท่านั้น การมองดูมันจากด้านนั้นถ้าคุณมีงบประมาณที่ไม่จำกัดแ ละแน่นอนว่าพลังในด้าน อุปกรณ์ คุณจะผสมผสานสิ่งนั้นมาสู่การสร้างสรรค์ของบรรดาเครื ่องไม้เครื่องมือที่น่า ทึ่งเพื่อเทคนิคในการต่อกรกับบรรดาอาชญากรได้อย่างไร โดยทั้งหมดทั้งปวงนั้นยังต้องมีพื้นฐานมากจากวิทยาศา สตร์ที่เป็นจริงและ เหตุผลที่เกิดขึ้นได้ในโลกของความเป็นจริงนะครับ”
    ก่อนหน้านี้โนแลนและ ครอว์ลีได้ร่วมกันออกแบบ รถค้างคาวที่เป็นประหนึ่งตำนานสำหรับภาพยนตร์เรื่อง Batman Begins โดยสร้างสรรค์อะไรบางอย่างระหว่างความเป็นรถลัมเบอร์ กีนี่และฮัมวี่ รถค้างคาวที่บึกบึนมีชื่อเล่นว่าเจ้า Tumbler – เป็นการผสมผสานระหว่างพลังและรถสปอร์ตพร้อมกับโครงสร ้างที่มองดูแล้วใกล้ เคียงกับรถหุ้มเกราะ การขับเคลื่อนอยู่บนล้อขนาดยักษ์ทั้งหกล้อ รถค้างคาวเป็นรถที่ไม่มีเพลาหน้า ทำให้มันสามารถเลี้ยวได้ในวงจำกัด ถ้าไม่คิดถึงน้ำหนักที่มีถึงสองตันครึ่ง มันยังสามารถที่จะกระโดดได้สูงถึงหกฟุตและไปได้ไกลถึ งหกสิบฟุต โดยลอกเอาพื้นผิวที่มันแตะลงไปออกมา โดยรถค้างคาวนั้นสามารถเร่งความเร็วจากศูนย์ไปถึงหกส ิบได้ภายในเวลาห้า วินาที
    ในขณะที่รถแบทแมนยังคงดูน่าเกรงขามอยู่ในเรื่อง The Dark Knight ภาพยนตร์เรื่องนี้เรายังได้เปิดตัว Bat-Pod พาหนะใหม่ของแบทแมน เจ้าเครื่องยนต์สองล้อพลังสูง อาวุธเต็มพิกัด “แน่นอนว่าพวกเราจะต้องมีเจ้ารถค้างคาวกลับมาอีก” โนแลนกล่าว “แต่พวกเราอยากจะให้อะไรใหม่ ๆ กับแบทแมนกันหน่อย พาหนะการเดินทางใหม่ ๆ บางอย่างที่ไม่มีใครเหมือนและดูแล้วเต็มเปี่ยมไปด้วย พลัง มันเป็นพาหนะสองล้อแต่แน่นอนว่ามันไม่ใช่รถมอเตอร์ไซ ค์ จุดใหญ่ใจความนั้นก็คือเจ้า Bat-Pod นั้นเป็นเหมือนมอเตอร์ไซค์ในโลกของสองล้อในขณะที่ Tumbler เป็นเหมือนรถยนต์ในโลกของสี่ล้อ”
    อย่างรวดเร็วและโฉบเฉี่ยวผ่านถนนหลาย สายของเมืองกอธแธม Bat-Pod นั้นยังมีความสามารถขับขี่ในทุก ๆ ภูมิประเทศ มันมีล้อขนาดมหึมาเช่นเดียวกับที่เราได้เห็นในเจ้ารถ ค้างคาวและทรงตัวได้เอง นั่นหมายถึงมันไม่ต้องใช้ขายันค้ำเอาไว้ สามารถปรับตัวให้เข้าได้กับทุกสถานะการณ์ บรรทุกอาวุธเต็มพิกัดทั้งสองด้านของตัวถังรถ ปืนใหญ่ขนาด 40 ม.ม. ปืนกลขนาดลำกล้อง 50 ม.ม. และอุปกรณ์ในการปล่อยตะขอเกี่ยว
    แบบดั้งเดิม ของ Bat-Pod นั้นถูกคิดขึ้นมาเล่น ๆ โดยครอว์ลี่และโนแลน ด้วยความคิดดั้งเดิมที่อยู่ในหัว เขาทั้งสองได้นำมันไปที่ศูนย์ออกแบบ – นั่นก็คือโรงรถของโนแลน – เพื่อออกแบบรายละเอียด ครอว์ลี่เล่าว่า “พวกเราคิดกันว่า เรามาทำมันกันเลย เรามาสร้างมันขึ้นมาเท่าขนาดจริง แล้วเราก็ทำมันขึ้นมา พวกเรามีเครื่องมือบางตัวและเอามารวมกันสร้างแบบจำลอ งขนาดเท่าของจริงขึ้น มากจากอะไรที่พวกเราหาได้ให้มันเข้ากันได้”
    แน่นอนว่า โนแลนและครอว์ลี่ยังคงไม่มีความคิดเลยว่าการคิดค้นขอ งเขาสองคนจะวิ่งได้จริง นั่นเป็นสิ่งที่ทีมงานสเปเชี่ยลเอฟเฟคทีมที่มีหัวหน้ าคือ คริส คอร์บอล์ดเข้ามามีส่วนร่วม คอร์บอล์ดเล่าให้ฟังว่า “ก่อนอื่น ผมจำได้ตอนแรกที่คริสให้ผมดูความคิดของเขาสำหรับเจ้า รถค้างคาว ผมคิดไม่ออกเอาเลยว่าผมจะทำให้มันวิ่งจริง ๆ ได้อย่างไรแต่มันก็ออกมาสำเร็จอย่างท่วมท้น เพราะงั้นตอนที่ผมได้รับโทรศัพท์ของเขาขอให้ผมมาเพื่ อดูอะไรบางอย่างที่เขา เรียกมันว่า Bat-Pod ผมก็คิดว่า โอ๊ะโอ๋ คุณฝันอะไรอีกล่ะคราวนี้?”
    คอร์บอล์ ดบินไปที่แอล เอ เข้าไปที่โรงรถของโนแลนและเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็น Bat-Pod ที่เป็นแบบจำลองของโนแลนและครอว์ลี่ “ผมคิดว่าผมเกือบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ทีเดียวล่ะครับ” ครอว์ลี่หัวเราะ ”เขาดูหวาด ๆ ว่าเขาอาจจะต้องทำให้ไอ้สิ่งนั้นมันวิ่งได้น่ะครับ พวกเราเอาน้ำชาให้เขาไปหลายต่อหลายแก้ว เขาได้แต่นั่งอยู่ตรงนั้นเอาแต่จ้องมองดูมันเหมือนกั บว่า “โอ้พระเจ้า ไฟลท์หน้ามันกี่โมงกันเนี่ยะ? มันเป็นการออกแบบที่ขัดต่อการใส่เครื่องยนต์น่ะครับ”
    และเมื่อมันออกมา ว่า ครอว์ลี่ไม่ได้ไปไกลกว่าความคิดของเขาเกี่ยวกับความค ิดของคอร์บอล์ดเอาเลย “ผมตกตะลึงน่ะครับ” คอร์บอล์ดยอมรับ “ผมยืนอยู่ที่นั่นอย่างเงียบ ๆ ทำเหมือนว่าผมครุ่นคิดอะไรต่ออะไร แต่ความคิดที่เข้ามาในหัวผมก็คือทั้งสองคนนั่นต้องบ้ าไปแล้วแน่ ๆ เลยครับ แล้วผมจะเอาเครื่องกำเนิดพลังใส่ตรงไหนกัน? แล้วยังจะไอ้เจ้าล้อมหึมานั่นอีกล่ะ แล้วไอ้นี่มันจะบังคับได้ยังไงกัน? มันมีเรื่องราวมากมายเลยครับ”
    นอกจากความกังวลของเขาแล้ว คอร์บอล์ดได้กลับไปที่ลอนดอน ซึ่งเขาและทีมงานได้ช่วยกันขบปัญหาเพื่อหาทางให้ Bat-Pod วิ่งให้ได้ หลังจากการลองผิดลองถูก พวกเขาได้พัฒนารูปแบบสุดท้ายของ Bat-Pod ซึ่งน่าประหลาดใจว่าใกล้เคียงกับแบบจำลองที่โนแลนและ ครอว์ลี่ได้สร้างขึ้นใน ครั้งแรกเป็นอย่างมาก โนแลนสารภาพว่า “ในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ควรจะวิ่งได้เลยนะครับ แต่ยังไงก็เถอะคริสและทีมงานก็หาทางให้มันทำออกมาจนไ ด้ล่ะครับ”
    “สิ่ง ที่น่าสนุกนั้นก็คือ” คอร์บอล์ดกล่าว “ผมไม่คิดว่าทั้งคริสและนาธานเคยได้ขี่มอร์เตอร์ไซค์ มาก่อนในชีวิตนะครับ เพราะงั้นพวกเขาไม่เคยมีความคิดว่าจะใส่เครื่องเข้าไ ปให้ไอ้เจ้านั่นมันวิ่ง ไปได้อย่างไร ในทางหนึ่งมันก็เป็นประโยชน์เหมือนกันครับเพราะพวกเข าไม่ได้บังคับมันเหมือน กับมอร์เตอร์ไซค์ทั่ว ๆ ไป ถึงแม้ว่าจะเป็นแบบไม่ได้ตั้งสติก็ตามเถอะครับ ในความจริงนั้นก็คือพวกเขาไม่มีความรู้ทางด้านเครื่อ งกลทำให้เขามีความคิด ที่จะสร้างสรรค์เจ้าพาหนะที่ประหลาดแต่ยอดเยี่ยมนี้ข ึ้นมาครับ”
    อันที่ จริงความสามารถในการขับขี่มันนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง โดยสิ้นเชิง โนแลนยืนยันว่า “รถที่เสร็จแล้วที่คริสและทีมงานสร้างมันขึ้นมานั้นด ูน่าสนใจมากและทำงานได้ เป็นอย่างดีแต่ยากที่จะบังคับและขี่มันอย่างไม่น่าเช ื่อเลยครับ”
    ในการ ที่จะบังคับ Bat-Pod คนขี่นั้นจะต้องโน้มตัวลงมาข้างหน้าอย่างมาก ๆ เสียจากเกือบเป็นแนวนอน และบังคับมันจากข้อศอก มากกว่าที่จะเป็นข้อมือ อันที่จริงมีเพียงคนเดียวที่จะบังคับเจ้า Bat-Pod นี้ได้นั้นคือนักขี่รถมืออาชีพอย่าง ชอง-ปีแอร์ กอย คอร์บอล์ดเล่าว่า “ผมได้ทำงานกับฌอง-ปีแอร์มาแล้วสองครั้งและเขาเป็นหนึ่งในนักขี่ที่ยอด เยี่ยมที่สุดในโลกเลยครับ ถ้าไม่ใช้มือหนึ่งนะครับ ในทันทีเขาตั้งอกตั้งใจที่จะเรียนรู้เจ้าเครื่องยนต์ สองล้อนั่น เขาเล่าว่า ผมจะไม่ขี่มอร์เตอร์ไซค์คันไหนอีก ถ้าผมยังถ่ายฉากนี้ไม่เสร็จ เพราะเขาจะต้องมีสมาธิในการบังคับไอ้เจ้า Bat-Pod อย่างจริงจัง ผมต้องโกหกคุณถ้าผมบอกว่ามันง่ายนะครับถึงแม้ว่าจะเป ็นเขาขี่ก็เถอะครับ แต่มันดูแล้วออกมาดีตอนที่คุณได้ขี่มันครับ เพราะงั้นมันก็คุ้มค่าล่ะครับ”


    “ผมต้องการชุดใหม่ ผมไม่ได้พูดถึงแฟชั่นนะคุณฟอกซ์ มันต้องใช้งานได้”
    “คุณอยากหันหัวได้บ้างว่างั้นเถอะ....”

    แสงเงาของความเป็นแบทแมนนั้นยากที่จะลบเลือน และจำได้อย่างแม่นยำในทันทีสำหรับบรรดาผู้สังเกตุการ ณ์ทั่ว ๆ ไป คริส โนแลนและลินดี้ เฮมมิ่งซึ่งเป็นผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายรู้ว่ามันเป็ นเรื่องสำคัญที่จะต้อง รักษารูปลักษณ์นั้นเอาไว้ในการออกแบบและทำให้ชุดค้าง คาวนั้นทันสมัยมากยิ่ง ขึ้นสำหรับในภาพยนตร์เรื่อง The Dark Knight
    การมุ่งเน้นทางด้านความ สบายให้มากขึ้นรวมไปถึงความยืดหยุ่น เฮมมิ่งและทีมงานของเธอต้องทำงานค้นคว้าวิจัยมากมายเ กี่ยวกับบรรดาชุดที่นัก ขี่มอร์เตอร์ไซค์สวมเพื่อป้องกันตัวเองรวมไปถึงเสื้อ เกราะที่ใช้ในกองทัพ “เราต้องการชุดค้างคาวแบบหใหม่ที่เพียบพร้อมทดแทนและ คล่องแคล่ว เป็นเครื่องมือที่หายใจได้ ดูแล้วเหมือนชุดเสื้อเกราะที่ทันสมัยมากกว่าที่จะเป็ นชุดยางค่ะ” เฮมมิ่งกล่าวไปถึงยางเทียมที่เคยใช้ในการทำชุดค้างคา วในภาพยนตร์เรื่อง Batman Begins
    ชุดค้างคาวแบบใหม่ประกอบด้วยชิ้นส่วนทั้งหมด 110 ชิ้น โดยพื้นฐานของชุดนั้นทำขึ้นจากวัสดุที่ทำจากโพลิเอสเ ตอร์ซึ่งใช้ในการราชการ ทหารและผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬาไฮ-เทคเพราะคุณสมบัติในการซับความชื้นของมัน จากนั้นก็ขึ้นแบบของหลายต่อหลายชิ้นด้วยยูริเทนซึ่งถ ูกติดเข้ากับตาข่าย เพื่อขึ้นรูปเกราะทั้งหมด เพื่อเสริมการป้องกัน นวมที่ทำด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ซึ่งเบาและแข็งแรงต่อการก ระแทกได้รับการติดตั้ง อยู่ระหว่างชิ้นส่วนยูริเทนรอบ ๆ ขา ช่วงอกและช่องท้อง
    เพื่อให้มองเห็นภาพชุดค้างคาวในรูปแบบใหม่ที่มีการปฏ ิวัติมาจากภาพยนตร์เรื่อง Batman Begins มาสู่
    ภาพยนตร์เรื่อง The Dark Knight เกรแฮม เชิร์ชยาร์ดซึ่งเป็นหัวหน้าผู้ออกแบบชุดชี้ให้เห็นว่ า “มันจะมีส่วนประกอบหลัก ๆ อยู่สามส่วนสำหรับชุดค้างคาวจากเรื่อง Batman Begins และในภาพยนตร์เรื่องนี้มันจะมีมากกว่า 100 ส่วนเพราะงั้นมันจึงเป็นชุดที่ซับซ้อน นอกจากนั้นในแต่ละชิ้นส่วนจะต้องมีการสร้างแบบจำลองแ ละแกะแบบหล่อ โดยแต่ละชิ้นนั้นจะต้องทำขึ้นมาเป็นโหล ๆ ในแต่ละครั้งสำหรับชุดค้างคาวมากมายหลายชุดตลอดการถ่ ายทำ มันเป็นงานที่ต้องทำเป็นอย่างมากเลยครับ”
    ตามคำสั่งของทั้งโนแลนและเบล งานหลักของเฮมมิ่งนั้นก็คือการปรับแต่งชุดค้างคาวเพื ่อให้มันมีการหมุนเวียน ของหัวและคอ “ในอดีตนั้น แบทแมนจะต้องเคลื่อนไหวช่วงไหล่เพื่อที่จะหันหัวไปมา เพราะงั้นนี่คืองานอย่างแรก” เบลยืนยัน และคำตอบที่เรียบง่ายที่สุดก็คือการแบ่งแยกผ้าคลุมหั วจากส่วนอื่นของเสื้อ สูททั้งหมดแต่มันจะต้องออกมาอย่างไร้รอยต่อเพื่อผสมผ สานการเคลื่อนไหวของ อัศวินรัตติกาลในแสงเงา
    การออกแบบใหม่ทั้งหมดนั้นเหมาะสมกับคริสเตียน เบลได้เป็นอย่างดี “มันเป็นความเหมาะสมและยืดหยุ่นมากกว่าชุดแรก มันมีความยืดหยุ่นและทำให้เคลื่อนไหวได้ดีกว่าซึ่งทำ ให้ฉากแอ็คชั่นและฉาก การต่อสู้ง่ายเข้า แต่มันยังทำให้ผมคงไว้ซึ่งความรู้สึกของความคงกะพันน ะครับ” เขายอมรับ “ช่วยไม่ได้เลยว่าคุณจะรู้สึกเหมือนถูกปกป้องและทรงพ ลังมากขึ้นในตอนที่คุณ ใส่ชุดค้างคาวไปแล้วนะครับ มันใช้งานได้ดีทีเดียวครับ”
    ตอนที่จะต้อง เข้าฉากในการต่อสู้และป้องกันตัว ชุดค้างคาวรูปแบบใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงแล้วจะทำให ้เกิดการยืดหยุ่นอย่าง นึกไม่ถึงทีเดียว มันยังเต็มไปด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ อีกมากมายเพื่อช่วยแบทแมนในการต่อกรกับอาชญากร รวมไปถึงมีดโกนครีบที่คมกริบที่ขยายออกไปได้และยังถุ งมือที่มีอาวุธอยู่ปลาย แขน เลนส์โซน่าร์ที่ปิดขี้นไปได้ติดอยู่กับผ้าคลุมหัวของ แบทแมน ทำให้เขามองภาพด้วยระบบโซน่าร์สามมิติในขณะที่ปกป้อง ดวงตาอยู่ด้านหลังของ เกราะป้องกันสีขาวเรืองแสง
    สิ่งเดียวในการออกแบบที่ยังคงอยู่กับชุด ค้างคาวอย่างไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากภาพยนตร์เรื่อง Batman Begins มาจนถึงเรื่อง The Dark Knight นั่นก็คือเสื้อคลุม เฮมมิ่งกล่าวว่า “พวกเราใช้เวลาอย่างมากมายหาเสื้อคลุมที่ถูกต้องในภา พยนตร์เรื่องแรกและเรา ก็ไม่อยากจะเปลี่ยนแปลงมันค่ะ” เสื้อคลุมมีอุปกรณ์เสริมขึ้นมาอีกอย่าง มันจะพับตัวเองไปเป็นกระเป๋าสะพายหลังและจากนั้นก็คล ี่ออกได้ตามคำสั่ง ซึ่งเป็นการทำด้วยเทคนิคดิจิตัล
    ในขณะที่รูปลักษณ์ของบรูซ เวย์นนั้นไม่ได้เป็นสัญลักษณ์สักเท่าไรนักนอกไปจากคว ามหยิ่งผยองของเขา เขาจะมีศิลปะการแต่งตัวที่เป็นของตัวเอง ซึ่งสะท้อนมาจากสถานะภาพทางการเงินและสังคมของเขา เครื่องแต่งกายของชายหลังหน้ากาก เฮมมิ่งได้ร่วมทำงานกับจิออจิโอ อาร์มานี่ซึ่งเป็นเสมือนตำนานแห่งโลกแฟชั่น “คริส โนแลนและฉันต้องการให้บรูซ เวย์นมีการแต่งกายที่หรูหราค่ะ” เธอกล่าว “พวกเรารู้สึกว่ายี่ห้อจิออจิโอ อาร์มานี่นั้นเป็นการผสมผสานของรูปลักษณ์ที่เป็นคลาส สิคที่พวกเราต้องการ พวกเราเลือกผ้าและทำงานกันโดยตรงกับมิสเตอร์อาร์มานี ่รวมทั้งทีมงานของเขา เพื่อตัดเสื้อผ้าและชุดสูททั้งหมดที่ตัดขึ้นมาโดยเฉพ าะสำหรับตัวละครนี้ ค่ะ” ในฐานะของบรูซ เวย์น เบลนั้นสวมชุดใหม่ล่าสุดของอาร์มานี่ โดยการวัดและตัดของจิออจิโอ่ อาร์มานี่ ชุดสูทแต่ละชุดนั้นแสดงให้เห็นความเป็นยี่ห้อของอาร์ มานี่สำหรับในกรณีนี้ นั้นก็คือ จิออจิโอ่ อาร์มานี่สำหรับบรูซ เวย์น
    ฮาร์วีย์ เดนท์นั้นแน่นอนว่าไม่ได้มีฐานะทางการเงินเทียบเท่าก ับบรูซ เวย์นแต่เฮมมิ่งกล่าวว่าเครื่องแต่งกายของเขายังคงต้ องบ่งบอกถึงความมั่นใจ และอำนาจในการบังคับบัญชาของเขา “พวกเราแต่งตัวให้เขาอย่างเรียบง่ายแต่ไร้ที่ติในชุด สูทโดย (เออเมนเนคกิลโด) เซคน่า”
    นักออกแบบเครื่องแต่งกายสาวสามารถที่จะหา เครื่องแต่งกายที่ป่าเถื่อนให้กับเดอะ โจ๊กเกอร์ ทำให้ตัวละครมีรูปลักษณ์ที่คุ้นเคยเพื่อที่จะสะท้อนใ ห้เห็นนักแสดงที่รับบท เป็นตัวเขา เฮมมิ่งอธิบายว่า “ทันทีที่ฉันรู้ว่าเดอะโจ๊กเกอร์นั้นจะถูกรับบทโดยฮี ธ เลดเจอร์ ฉันต้องการให้เครื่องแต่งกายออกมาดูอ่อนวัยกว่า เข้าสมัยกว่าเรื่องราวที่เคยได้แสดงไปแล้ว โดยพื้นฐานก็คือ การค้นคว้าของฉันจะครอบคลุมจากเสื้อผ้าของวิเวียน เวสต์วู้ดไปจากถึงจอห์นนี่ ร๊อตเทนถึงอิคกี้ ป๊อป ถึงพีท โดเฮอร์ตี้มายังอเล็กซานเดอร์ แม๊คควีน ฉันเก็บข้อมูลในทุก ๆ รูปลักษณ์เลยล่ะค่ะ”
    ที่สุดแล้วเฮมมิ่งได้ออกแบบ การผสมผสานที่ดีที่สุดที่เธอบอกว่า “มีหลายอย่างของความขี้โอ่และมีความสกปรกปะปนอยู่เล็ กน้อย” การยึดติดอยู่กับสีสันที่ใช้กับเสื้อผ้าของเดอะโจ๊กเ กอร์ในรูปแบบเดิม เสื้อผ้าของเขานั้นจะถูกสวมทับด้วยเสื้อโค๊ทสีม่วง ทับอยู่บนเสื้อโค้ทเข้าเอวสีเขียวอีกทีหนึ่ง การเปลี่ยนรูปลักษณ์ของเขานั้น เขายังได้ใส่เสื้อแจ๊คเก็ตสีอ่อนที่มีรูปแบบของ คาร์นาบี้ สตรีท มอทอีกด้วย เสื้อเชิร์ตของเขาได้รับการทำแบบจากเสื้อเชิร์ตที่เฮ มมิ่งเจอจากที่ตลาดของ เก่า
    รองเท้าของเดอะโจ๊กเกอร์นั้นมาจากมิลานและได้รับการค ัดเลือกโดยผู้ ออกแบบเครื่องแต่งกายสาวเพราะมันจะมีรอยจิกที่นิ้วหั วแม่เท้า ซึ่งเธอคิดว่ามันเป็นการเลียนแบบรองเท้าของตัวตลก เนคไทของเขาเป็นแฟชั่นจากผ้าที่ทอขึ้นเป็นพิเศษตามคำ สั่งของเฮมมิ่งโดย เทิร์นบูลล์ & เอสเซอร์ ซึ่งเป็นเสื้อผ้าจากกรุงลอนดอนที่มีชื่อเสียงในราชวง ศ์อังกฤษและอื่น ๆ “ฮีธอยากให้มันออกมาดูบาง เพราะงั้นมันต้องออกมาเป็นไทด์ในแบบซิกซ์ตี้แต่ทำมาจ ากผ้าของ เทิร์นบูลล์ & เอสเซอร์ ฉันกล้าพูดได้เลยว่ามันเป็นไทด์ที่ประหลาดที่สุดเท่า ที่ เทิร์นบูลล์ & เอสเซอร์ได้เคยทำมาเลยค่ะ” เฮมมิ่งหัวเราะ “ตอนที่ฮีธเข้ามาแล้วเราได้เอาสิ่งละอันพันละน้อยให้ เขาดูทั้งยังหลายส่วน ของเครื่องแต่งกาย เขาคิดว่ามันมีความเป็นดั้งเดิมอย่างน่าทึ่งและสวมใส ่มัน”
    การแต่งหน้า ของเดอะโจ๊กเกอร์นั้นยังถือเป็นการแบ่งแยกจากการกำเน ิดใหม่ของตัวละคร ในขณะที่เขายังคงไว้ซึ่งการพาดพิงไปถึงหน้าขาวที่เรา พวกเราคุ้นเคยด้วยใบ หน้าที่ยิ้มเยาะ การแต่งหน้าสำหรับภาพยนตร์เรื่อง The Dark Knight นั้นได้รับการตั้งใจที่จะมีรูปลักษณ์ที่บ้าคลั่งมากย ิ่งขึ้นที่ชี้นำไปยัง ความรู้สึกสั่นสะเทือน หน้าของโจ๊กเกอร์นั้นถูกปกคลุมไปด้วยสีขาวเหมือนแพนเ ค๊กที่มีรอยแยกและรอย เยิ้มหลาย ๆ ที่ ตาของเขา มีขอบที่หนาเป็นสีดำและ ฟันที่ยิ้มเย้ยอยู่เสมอถูกทาด้วยสีแดงตั้งแต่ปากไปจน ถึงแก้มทั้งสองข้างแต่ ไม่บดบังรอยแผลเป็นด้านหลัง ผมของเขาดูบอบบางแต่ก็ยังมองเห็นได้ถูกย้อมด้วยสีเขี ยว
    ปีเตอร์ ร๊อบ-คิงซึ่งเป็นผู้แต่งหน้าและผู้ออกแบบผมให้ความเห็นว่า “มันจะมีความคิดที่อยู่ในหัวผู้ชมว่าเดอะโจ๊กเกอร์จะ มีรูปลักษณ์ออกมาเป็น อย่างไรแต่เราต้องการที่จะเข้าไปสู่ใต้ผิวหนังของเขา อาจจะพูดได้เลยครับว่า ตัวละครนี้เป็นตัวแทนของอะไรในเรื่องราวนี้ เขาเป็นใครสักคนที่ถูกทำลายในทุก ๆ อย่างของคำพูด เพราะงั้นมันเป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องสร้างรูปลัก ษณ์ที่มันไม่ใช่ การเล่นสำนวนนะว่าโจ๊กกี้”
    จอห์น คากลีออนจูเนียร์ซึ่งเป็นศิลปินแต่งหน้าของฮีธ เลดเจอร์เรียกการแต่งหน้าให้กับนักแสดงหนุ่มว่าเป็น การ “เต้นรำ” เขาอธิบายว่า “ฮีธจะบีบหน้าตาของเขาไปในสีหน้าที่แตกต่างกัน ยกหน้าผากและกระพริบตาและผมก็จะทาหน้าของเธอด้วยสีขา วไปบนหน้าที่บูดเบี้ยว ของเขาครับ เทคนิคนี้สร้างลายเส้นและสีหน้าที่การทาสีขาวบนหน้าเ รียบ ๆ นั้นทำไม่ได้ จากนั้นผมก็จะใช้สีดำแต่งหน้ารอบ ๆ ดวงตาของฮีธในขณะที่เขาต้องปิดตาให้สนิทซึ่งจะสร้างล ายเส้นที่แน่นอนบนหน้า หลังจากที่ทาสีดำไปแล้ว ผมก็จะพ่นน้ำไปบนดวงตาของเขาและเขาก็จะบีบตาและสั่นห ัว และทุกอย่างที่เป็นรอยเปียกสีดำ ดูเลี่อนเปื้อนก็จะเกิดขึ้นครับ”
    การ แต่งหน้าของเดอะโจ๊กเกอร์นั้นยังเป็นตัวแทนทางการก้า วหน้าทางการปฏิวัติใน การใช้เทคนิคแบบพรอสเตติค ที่ได้รับการพัฒนาและจัดการโดยคอนเนอร์ โอ ซูลิแวนซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายพรอสเตติครวมไปถึงศิลปินแ ต่งหน้าแบบนี้คือโร เบิร์ต เทรนตัน “พวกเขาใช้ขั้นตอนใหม่ที่ใช้ซิลิโคนที่ทำให้ แผ่นพรอสเตติค วางอยู่บนผิวในทางที่มันจะออกมาอย่างไร้รอยต่อ” ร๊อบ-คิงส์อธิบาย “มันเป็นความน่าทึ่งเป็นที่สุดเพราะคุณจะสามารถนำกล้ องไปตั้งอยู่บนหน้า – ถึงจะเป็นกล้อง IMAX ก็เถอะ - และมันก็ไม่มีเรื่องอะไรเลย”
    โอซูลิแวน เล่าให้ฟังว่า “เราใช้เวลาถึงสองปีเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีนี้และหลังจา กที่มันบกพร่องเล็กน้อย เราก็ทำมันออกมาจนได้ครับ ในตอนนี้เราสามารถที่จะผลิตชิ้นส่วนซิลิโคนที่สามารถ ใช้ได้โดยตรงกับผิว และมันก็สมานเข้ากับผิวได้อย่างสมบูรณ์แบบ ถ้าคุณไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงนั้น คุณจะมองอะไรต่ออะไรไม่ค่อยจะเห็นเอาเลยครับ”
    นอกจากนี้ ขั้นตอนใหม่ของการลดเวลาของการแต่งหน้าแบบนี้ให้ลดน้ อยลงจากเวลาที่เคยใช้ใน อดีต โอซูลิแวนให้คำยืนยันว่า “การแต่งหน้าแบบพรอสเตติคของเดอะโจ๊กเกอร์ ในก่อนหน้านี้จะต้องใช้เวลาถึงสามหรือสี่ชั่วโมง ตอนนี้เราจะใช้เพียงแค่ 25 นาทีและดูดีกว่าซึ่งมันเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม”
    หน้ากากตัวตลกสำหรับ บรรดาลูกสมุนของเดอะโจ๊กเกอร์ได้รับการแกะสลักและหล่ อในแต่ละหน้าจากนั้นจะ ถูกวาดด้วยมือ ที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือทีมงานสร้างได้เรียนรู้ว่าหน ้าของตัวตลกทุกตัวนั้น ได้รับการลงทะเบียนและเป็นของคนที่วาดมันขึ้นมา เพราะงั้นหน้ากากของตัวตลกในภาพยนตร์จะต้องแจ่มชัด โดยไม่มีหน้าไหนเลยที่ถูกก๊อปปี้มาจากหน้าตัวตลกที่ม ีอยู่แล้ว
    การแต่ง หน้าทางด้านกราฟฟิคสำหรับตัวละครของ ทู-เฟซนั้นเข้าไปเกี่ยวข้องกับการผสมผสานของเทคนิคพรอสเ ตติค และภาพวิชวลเอฟเฟค ร๊อบ-คิงและทีมงานทำงานกันอย่างใกล้ชิดกับนิค เดวิสซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายวิชวลเอฟเฟคเพื่อจะวาดภาพหน ้าที่ถูกทำลายของฮาร์วี ย์ เดนท์เพราะมันรุนแรงอย่างที่มันทำมันออกมาไม่ได้ด้วย เทคนิคพรอสเตติค เอ็กฮาร์ทเล่าให้ฟังว่า “มันเป็ฯความน่าสนใจสำหรับผมเป็นเพราะเทคโนโลยี ผมไม่ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการแต่งหน้าทุกวัน ขั้นตอนทั้งหมดนั้นไม่ต้องใช้เวลามากเลย....อย่างน้อ ยก็สำหรับผมนะครับ” เขาหัวเราะ

    --------------------------------------------------------------------------------

    ทั่วไป
    ชื่อเต็ม : [Mini-HD] The.Dark.Knight.2008.BluRay.720p.DTS.x264.dxva-EuReKA.DTS-TH.CtHts.kiatplk.mkv
    รูปแบบ : Matroska
    ขนาดไฟล์ : 6.39 GiB
    ระยะเวลา : 2h 32mn
    บิตเรตทั้งหมด : 6 013 Kbps
    วันที่เข้ารหัส : UTC 2011-12-01 09:56:33
    Writing application : mkvmerge v3.4.0 ( Rapunzel ) built on May 15 2010 09:38:20
    การเขียนไลบรารี : libebml v0.8.0 + libmatroska v0.9.0

    วีดีโอ
    ID : 1
    รูปแบบ : AVC
    รูปแบบ/ข้อมูล : Advanced Video Codec
    โพรไฟล์รูปแบบ : [email protected]
    ตั้งค่ารูปแบบ , CABAC : ใช่
    ตั้งค่ารูปแบบ , RefFrames : 3 frame
    โหมด Muxing : Container [email protected]
    รหัสประจำตัว Codec : V_MPEG4/ISO/AVC
    ระยะเวลา : 2h 32mn
    บิตเรต : 2 874 Kbps
    Nominal bit rate : 3 000 Kbps
    Width : 1 280 พิกเซล
    ความสูง : 720 พิกเซล
    อัตราการแสดงผล : 16:9
    เฟรมเรต : 23.976 fps
    ความละเอียด : 24 บิต
    Colorimetry : 4:2:0
    ScanType/String : Progressive
    บิต/(พิกเซล*เฟรม) : 0.130
    ขนาดสตรีม : 3.05 GiB (48%)
    การเขียนไลบรารี : x264 core 86 r1442M 781d300
    ตั้งค่าการเข้ารหัส : cabac=1 / ref=3 / deblock=1:0:0 / analyse=0x3:0x133 / me=dia / subme=5 / psy=1 / psy_rd=0.00:0.00 / mixed_ref=1 / me_range=16 / chroma_me=1 / trellis=0 / 8x8dct=1 / cqm=0 / deadzone=21 , 11 / fast_pskip=1 / chroma_qp_offset=0 / threads=4 / sliced_threads=0 / nr=0 / decimate=1 / interlaced=0 / constrained_intra=0 / bframes=3 / b_pyramid=1 / b_adapt=0 / b_bias=0 / direct=3 / wpredb=1 / wpredp=0 / keyint=230 / keyint_min=23 / scenecut=40 / intra_refresh=0 / rc_lookahead=40 / rc=abr / mbtree=1 / bitrate=3000 / ratetol=0.2 / qcomp=0.60 / qpmin=10 / qpmax=51 / qpstep=4 / ip_ratio=1.41 / aq=1:1.00 / pulldown=0
    ภาษา : อังกฤษ

    เสียง #1
    ID : 2
    รูปแบบ : DTS
    รูปแบบ/ข้อมูล : Digital Theater Systems
    รหัสประจำตัว Codec : A_DTS
    ระยะเวลา : 2h 32mn
    บิตเรต : 1 510 Kbps
    ช่อง : 6 ช่อง
    ตำแหน่งช่อง : Front: L C R , Surround: L R , LFE
    SamplingRate/String : 48.0 KHz
    ความละเอียด : 24 บิต
    Video delay : 11ms
    ขนาดสตรีม : 1.61 GiB (25%)
    ชื่อเรื่อง : English DTS-1536 kbit/sec
    ภาษา : อังกฤษ

    เสียง #2
    ID : 3
    รูปแบบ : DTS
    รูปแบบ/ข้อมูล : Digital Theater Systems
    รหัสประจำตัว Codec : A_DTS
    ระยะเวลา : 2h 32mn
    บิตเรต : 1 510 Kbps
    ช่อง : 6 ช่อง
    ตำแหน่งช่อง : Front: L C R , Surround: L R , LFE
    SamplingRate/String : 48.0 KHz
    ความละเอียด : 24 บิต
    Video delay : 11ms
    ขนาดสตรีม : 1.61 GiB (25%)
    ชื่อเรื่อง : Thai DTS-1536 kbit/sec[by junjao]
    ภาษา : อังกฤษ

    ข้อความ #1
    ID : 4
    รูปแบบ : VobSub
    รหัสประจำตัว Codec : S_VOBSUB
    รหัสประจำตัว Codec/ข้อมูล : The same subtitle format used on DVDs
    ชื่อเรื่อง : Thai 480p
    ภาษา : ไทย

    ข้อความ #2
    ID : 5
    รูปแบบ : VobSub
    รหัสประจำตัว Codec : S_VOBSUB
    รหัสประจำตัว Codec/ข้อมูล : The same subtitle format used on DVDs
    ชื่อเรื่อง : English 480p
    ภาษา : อังกฤษ

    ข้อความ #3
    ID : 6
    รูปแบบ : VobSub
    รหัสประจำตัว Codec : S_VOBSUB
    รหัสประจำตัว Codec/ข้อมูล : The same subtitle format used on DVDs
    ชื่อเรื่อง : Thai 1080p
    ภาษา : ไทย

    ข้อความ #4
    ID : 7
    รูปแบบ : VobSub
    รหัสประจำตัว Codec : S_VOBSUB
    รหัสประจำตัว Codec/ข้อมูล : The same subtitle format used on DVDs
    ชื่อเรื่อง : English 1080p
    ภาษา : อังกฤษ

    ข้อความ #5
    ID : 8
    รูปแบบ : VobSub
    รหัสประจำตัว Codec : S_VOBSUB
    รหัสประจำตัว Codec/ข้อมูล : The same subtitle format used on DVDs
    ชื่อเรื่อง : Thai Original Bluray
    ภาษา : ไทย

    ข้อความ #6
    ID : 9
    รูปแบบ : VobSub
    รหัสประจำตัว Codec : S_VOBSUB
    รหัสประจำตัว Codec/ข้อมูล : The same subtitle format used on DVDs
    ชื่อเรื่อง : English Original Bluray
    ภาษา : อังกฤษ




    เครดิตไฟล์ต้นฉบับจากป๋าริ rimudi ขอบคุณมากครับ

    Rip and Present By.kiatplk / CtHts

    http://www.filecondo.com/dl.php?f=774d0a1rx0Mr

  2. The Following 4 Users Say Thank You to Duckload.us For This Useful Post:

    aung191 (12-13-2012), hokoto (07-15-2013), kappa (12-31-2012), theanimal (03-17-2012)

+ ตอบกลับกระทู้

ข้อมูลกระทู้

Users Browsing this Thread

ในขณะนี้มี 1 ท่านดูกระทู้อยู่. (0 สมาชิกและ 1 ผู้เยี่ยมชม)

     

กฎการโพสต์ข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสต์ได้
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ ปิด